ตอนที่ 1 ข้ามภพข้ามยุค

ขณะที่ในสมองของเม่ยซีกำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องการงาบนายแบบหนุ่มหล่อเหลาหุ่นล่ำสไตล์ชาวยุโรป เธอแค่ต้องการหาความสุขกับเขาชั่วครั้งชั่วคราวไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์ยั่งยืน หากเพียงแค่พริบตาเดียว เธอกลับมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในโลงศพนี่ได้อย่างไร ?

 

นายแบบหนุ่มคนนั้นหายตัวไปไหน ? ทำไมรอบตัวฉันถึงมีแต่ผ้าสีขาว และทำไมฉันถึงมานอนอยู่ในโลงศพ ? อ้า…รู้สึกเจ็บปวดบริเวณลำคอ เกิดอะไรขึ้นกับคอสวย ๆ ของฉันนะ ? เพียงสัมผัสลำคอเบา ๆ กลับยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น !

 

“คุณหนูใหญ่ ! คุณหนูใหญ่  ! ท่านยังไม่ตาย ? ” จือหยุนร้องโวยวายออกมา เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจื่อเหยาฟื้น นัยน์ตาของจือหยุนแดงก่ำ ขณะเดียวกันนางก็กรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตะลึง

 

“ที่นี่…ที่ไหน ? เสียงดังจริง ๆ  ! เลิกร้องไห้เสียที ! ” เม่ยซีตะโกนดังขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหันไปทางสาวใช้ที่กำลังร้องห่มร้องไห้

 

“เหยาเอ๋อ…เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือนี่ ? ดีแล้ว ดีจริง ๆ ! ลูกรักของพ่อ !” เฟิ่งหวูไฉ่มองบุตรสาวของตนที่เพิ่งตายแล้วกลับฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง เขาวิ่งเข้าไปกอดนางไว้แน่น

 

“ใคร…คุณเป็นใครกัน ?” เม่ยซีงงงวย เธอจำไม่ได้ว่า ตนเองเคยแย่งชิงอำนาจจนได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายหญิงขององค์กรเย่ชาตั้งแต่เมื่อไหร่  เหตุใดสาวสวยคนนี้จึงเรียกเธอว่า.. คุณหนูใหญ่ ?  นอกจากนี้ เธอเองก็เป็นเด็กกำพร้าไร้ซึ่งพ่อแม่ อา ? แล้วชายวัยกลางคนผู้หล่อเหลาคนนี้คือใครกัน ?

 

“นายท่าน.. ดูเหมือนคุณหนูจะลืมเลือนทุกอย่างที่ผ่านมาหมดสิ้นแล้ว แม้กระทั่งสาวใช้อย่างข้าก็ถูกลืมเลือนด้วย…” ต่อมน้ำตาของจือหยุนดูเหมือนจะใหญ่มาก เพราะถึงตอนนี้นางก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง

 

“เหยาเอ๋อ…นี่พ่อเอง ท่านพ่อของเจ้าไง ! ลองทบทวนดูสิ จำพ่อได้มั้ย ?” ครั้นสังเกตเห็นสีหน้ามึนงงของบุตรสาว เฟิ่งหวูไฉ่ก็ใจหาย

 

“พ่อ ? หือ…คุณเป็นพ่อของฉันหรือ ?” เม่ยซีไม่อาจทนอึดอัดได้อีกต่อไป เธอเป็นมือสังหารยุคปัจจุบัน ความสุขของเธอคือการหว่านเสน่ห์ผู้ชายหล่อ ๆ ไปวัน ๆ  ก็แล้วเหตุใดจู่ ๆ เธอถึงมาตื่นในยุคโบราณแบบนี้ล่ะ ?  หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนี้เหมือนกับเรื่องราวที่เธอเคยอ่านในนิยาย พวกข้ามมิติ ข้ามโลกอะไรทำนองนั้น ?

 

“ใช่…ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหยาเอ๋อ เพราะอ๋องฉี เด็กคนนั้นต้องการจะถอนหมั้นเจ้า ทำให้เจ้าคิดสั้นผูกคอตาย พ่อตัดสินใจแล้วว่าจะสอนบทเรียนให้เจ้าเด็กนั่น ! ตอบแทนที่เขากล้าทำให้บุตรสาวที่รักของพ่อต้องทรมานใจ ! ” ครั้นเฟิ่งหวูไฉ่นึกถึงเรื่องที่อ๋องฉีต้องการจะถอนหมั้นแล้ว เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นัยน์ตาของเขาเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา

 

เอาล่ะ ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จำต้องเล่นตามน้ำไป ! เม่ยซีเป็นคนไม่คิดอะไรมาก จึงยอมรับความจริงเรื่องการข้ามภพของเธอได้อย่างรวดเร็ว  แถมตอนนี้ เธอก็เข้ามาอยู่ในตระกูลที่ร่ำรวย คะเนได้จากการลองสัมผัสโลงศพเบา ๆ อา… เยี่ยมเลย โลงศพทำจากไม้พะยูงชั้นดี ดูเหมือนว่าบิดาของร่างใหม่คนนี้ของเธอร่ำรวยมาก !

 

เยี่ยม…เยี่ยม !

 

“ท่านพ่อ บอกพวกเขาออกไปให้หมด  ข้าอยากนอนแล้ว หากท่านมีข้อสงสัยใด โปรดรอให้ข้าตื่นนอนก่อน แล้วเราค่อยคุยกันอีกครั้งจะได้หรือไม่ ?” เม่ยซี… เป็นคนเก่งในทุกเรื่อง หากแต่เธอมีข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือขี้เกียจมาก หลังจากเอ่ยกล่าวกับท่านพ่อคนใหม่ของเธอได้เพียงไม่กี่คำ เธอก็อ้าปากหาวหวอด ก่อนจะหลับไปอย่างง่ายดาย

 

สวรรค์…เธอสามารถนอนหลับได้แม้กระทั่งในโลงศพ !

 

“คุณหนูใหญ่ ! ให้บ่าวช่วยพาคุณหนูไปนอนดีหรือไม่ ? ” จือหยุนมองร่างของเฟิ่งจื่อเหยาด้วยความเจ็บปวดใจ นางเช็ดน้ำตาตนเอง และพยายามปลุกเฟิ่งจื่อเหยาให้ลุกขึ้น

 

“ไม่… ไม่เอา…หนวกหู” เฟิ่งจื่อเหยาขยับตัวให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็หลับต่อ

 

จือหยุนอดรู้สึกไม่ได้ว่า คุณหนูของนางดูน่ารักขึ้นกว่าเดิมมาก นี่หากนางตาย นางจะน่ารักขึ้นเช่นนี้หรือไม่นะ ?

 

“เอาล่ะ ในเมื่อคุณหนูใหญ่ก็ฟื้นแล้ว พวกเจ้าก็ถอดชุดเสื้อคลุมสีขาวนั่นออกซะ ! ห้ามมิให้ผู้ใดพูดถึงเรื่องการตายแล้วฟื้นของคุณหนูใหญ่ ! ผู้ใดกล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปจะต้องถูกลงโทษเพิ่มเป็นสองเท่า จากปกติตามกฎของตระกูล !” ใบหน้าใจดีที่แสดงออกเมื่อครู่ของเฟิ่งหวูไฉ่เลือนหายไปแล้ว บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีหน้าดุดันแทนที่ 

 

“ขอรับ (เจ้าค่ะ) นายท่าน พวกเราน้อมรับคำสั่ง !”  บ่าวรับใช้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างพยักหน้ารับคำสั่งหงึกหงักคล้ายกับฝูงไก่ที่จิกอาหารบนพื้นดิน

 

“ดีมาก ! พวกเจ้าออกไปได้ ! จือหยุน…เจ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลคุณหนูใหญ่ !

 

“เฟิ่งหวูไฉ่กล่าว ในใจเขาคิดว่า โชคดีที่ยังไม่ทันได้จัดงานศพ หาไม่แล้วเรื่องราวคงใหญ่โตยิ่งกว่านี้ !

 

“เจ้าค่ะ…นายท่าน…บ่าวจะคอยดูแลอยู่ที่นี่จนกว่าคุณหนูจะตื่น !”  จือหยุนหันกลับไปมองเฟิ่งจื่อเหยาที่กำลังหลับใหล นางได้ยินเสียงลมหายใจเบา ๆ ของคุณหนู นางก็ยิ้มอย่างสุขใจ ดีจริง ๆ ที่คุณหนูใหญ่ยังไม่ตาย

 

“อืม !” เฟิ่งหวูไฉ่หันไปมองโลงศพที่บุตรสาวคนโตของเขากำลังนอนหลับอยู่ด้านใน  ความวิตกกังวลปรากฏขึ้นในหัวใจของเขา เหยาเอ๋อ … เหยาเอ๋อ … พ่อหวังว่าเจ้าจะลืมทุกเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมาได้จริง ๆ นะ …

 

เม่ยซีนอนหลับใหลจนล่วงเข้าเช้าวันใหม่ กระทั่งดวงอาทิตย์ส่องลงบนก้นของเธอแล้ว

 

แสงแดดส่องลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานหน้าต่างที่ทำจากกระดาษสาดลงบนใบหน้าของเธอจนร้อนผ่าว

 

“คุณหนู…ท่านตื่นแล้ว ! ดีจริง ๆ ! ” จือหยุนยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็น เฟิ่งจื่อเหยาตื่นขึ้นมา

 

“สาวน้อย…เจ้าเป็นใครกัน ?” เม่ยซีใช้นิ้วที่เรียวยาวหยิกแก้มของจือหยุนเพื่อหยอกเย้านาง

 

“โอ้ ! คุณหนูใหญ่ ท่านสูญเสียความทรงจำไปแล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่ ? แม้แต่นิสัยของท่านก็เปลี่ยนไป ? ท่านไม่เคยแตะต้องใบหน้าของข้ามาก่อนเลย ! เฮ้อ ! ก็ท่านเป็นผู้ตั้งชื่อให้ข้าว่าจือหยุน ! “

 

“อืม…ข้าความจำเสื่อมจริง ๆ บางทีสวรรค์คงไม่อยากเห็นข้าเจ็บปวดเพราะถูกผู้ชายหักอกอีกกระมัง  จือหยุน  เจ้าช่วยเล่าเรื่องทุกอย่างของข้านับแต่เล็กจนโตให้ข้าฟังหน่อยจะได้หรือไม่ ? “เม่ยซียิ้ม ขณะดึงมือของเธอกลับ ผิวของเด็กสาวช่างยืดหยุ่นนวลเนียน ทำให้รู้สึกสบายมือยามสัมผัส

 

***จบตอน ข้ามภพข้ามยุค***

Novel
Novel
Novel