“องค์จักรพรรดิเสด็จ” เสียงประกาศขานพระนามจากเว่ยกงกงดังขึ้นไม่เบา
หลี่กุ้ยเฟยได้รับแจ้งกำหนดการมาแล้วก่อนหน้านี้ แม้จะรู้กายรู้ใจล่วงหน้า แต่ยามได้ยินมหาขันทีเอ่ยพระนามองค์หวงตี้อยู่หน้าตำหนัก ก็อดแล้วที่จะตื่นเต้นมิได้
ถวายตัวเข้ามาก็หลายปี วันนี้…… เป็นครั้งแรกที่โคมหน้าตำหนักนางถูกจุดขึ้น
จักรพรรดิหวางหย่งอี้ ผู้มินิยมมีสนมกำนัลในวังหลัง ทรงมิเคยเสด็จมาเยือนตำหนักใน ที่สำคัญทั้งมิเคยร่วมอภิรมย์กับนาง
ตลอดวันเวลาเจ็ดขวบปีที่ผ่านมา แม้เพียงพระบาทจะล่วงผ่านมาหน้าตำหนักนาง…….ก็ทรงยังมิเคย…….
หลี่ฉินเซี่ยง คุกเข่าลงถวายการต้อนรับ ตาคมเหลือบมองไปยังสองนางกำนัลหน้านิ่ง ที่คุกเข่าเยื้องไปอยู่ทางเบื้องหลัง
สองคนมองมา สบตานางด้วยสายตาเย็นชาทั้งประกอบด้วยเลศนัยลึกลับ หลี่กุ้ยเฟยหลบสายตาของคนทั้งคู่นั้นอย่าง……..หวาดกลัว
“อ้ายเฟย1” เสียงทุ้มนุ่มกังวานของหวงตี้หนุ่มดังอยู่ตรงหน้าพระหัตถ์เรียวขาวนุ่ม ยื่นมาช่วยพยุงกายนางให้ลุกขึ้น หลี่กุ้ยเฟยช้อนตาขึ้นมอง ริมฝีปากสั่นระริก
ดวงตาคู่คมมีน้ำตาคลอ กิริยาเช่นนี้หากตามสายตาสามัญของบุรุษโดยทั่วไป ดูแล้วช่างน่าสงสาร ทั้งเย้ายวนอย่างที่สุด
“ฝ่าบาท เสด็จมาแล้ว หม่อมชั้นดีใจยิ่ง” ดวงพระพักตร์คมสันนั้นส่งยิ้มมาให้ จนหัวใจนางพองฟู
“อ้ายเฟย เราเข้าไปข้างในกันเถอะ“ จักรพรรดิหวางหย่งอี้จูงมือนางพาเดินเข้าตำหนัก ดวงพระพักตร์คืนนี้ดูนุ่มนวลพระโอษฐ์แย้มยิ้มอารมณ์ดี
บรรดานางกำนัลขันที แม้แต่เว่ยกงกงยังเร้นกายหายไปหมด ยามองค์จักรพรรดิประคองหลี่กุ้ยเฟยล่วงเข้าสู่ด้านใน อันเป็นห้องบรรทม
“ไหน ดีใจเรื่องอะไรกัน อ้ายเฟย”องค์จักรพรรดิเอ่ยพระโอษฐ์ถาม พระโอษฐ์นั้นเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มดวงเนตรหงส์วาววับทอประกายหลงใหล ยามจ้องมองนาง ทรงประคองนางทรุดกายลงนั่งที่ริมเตียงนุ่ม
หลี่กุ้ยเฟยเอียงหน้ามอง ทีท่าเอียงอาย แพรวพราวด้วยจริตกิริยา
.
“ก็ที่ทรงเสด็จมาประทับอยู่ที่นี่คืนนี้ไงเพคะ” เสียงของนางแผ่วเบาแว่วหวาน เรียกเสียงหัวเราะแผ่วเบาในพระศอจากองค์หวงตี้
“อ้อ เป็นเช่นนั้นเอง” หวงตี้หวางหย่งอี้ประสานสายตากับสตรีโฉมงาม ทั้งทรงดึงร่างนางเข้ามาในอ้อมกอด เสียงทุ้มกังวานกระซิบข้างหูนาง
“เช่นนั้นเจิ้นมาหาบ่อย ๆ ดีหรือไม่ อ้ายเฟย” กระซิบคำแผ่วเบาแล้วจึงจุมพิตขบเม้มไปที่ใบหู
หลี่ฉินเซียงทำทีท่าเอียงอาย ผลักพระวรกายออกอย่างสตรีน้อย ที่ไร้เดียงสา
“แหมฝ่าบาท เช่นไรทำแบบนี้เพคะ ให้หม่อมชั้นช่วยถอดเสื้อคลุมให้นะเพคะ”หวงตี้หวางหย่งอี้พยักพระพักตร์รับ ก่อนตรัสตอบคำด้วยรอยยิ้มพริ้มพราย
“เอาสิ” ทรงประทับยืนขึ้น หลี่กุ้ยเฟยช่วยถอดเสื้อคลุมจักรพรรดิออก อ้อมไปโอบกอดองค์หวงตี้ไว้ทางเบื้องหลัง
“คืนนี้ประทับคืนอยู่ที่นี่นะเพคะ ให้หม่อมชั้นได้ถวายการปรนนิบัติ” น้ำเสียงนางพร่าต่ำทั้งเย้ายวนทั้งออดอ้อน หวางหย่งอี้หันพระวรกายกลับมา โอบกอดร่างอวบอั้นไว้ในอ้อมพระกร ก่อนก้มพระวรกายลงมาจุมพิตนาง
หลี่กุ้ยเฟย ตอบสนองอย่างถึงอกถึงใจ ลิ้นเล็กเรียวของนางพัวพันอยู่ในพระโอษฐ์ขององค์จักรพรรดิหนุ่มอย่างเร่าร้อน กลิ่นหอมของเครื่องหอมฟุ้งตลบเข้ามาภายในห้อง
เพียงโสตนาสิกขององค์จักรพรรดิ สัมผัสกลิ่นนั้นเพียงบางเบา ความต้องการจากอำนาจดำกฤษณาก็เข้าครอบครอง เคลิบเคลิ้มไปรสจูบที่นางป้อนปรนเปรอ
“ฝ่าบาท” เสียงของหลี่กุ้ยเฟย เรียกองค์หวงตี้แผ่วเบา น้ำเสียงกระเส่าร้อนรุ่ม แขนเรียวของนางถูกยกขึ้นโอบรั้งรอบพระวรกายไว้ มือเรียวลูบไล้ไปมาอยู่บนต้นพระศอ
หากองค์หวงตี้มีเนตรที่หลัง ยามนี้จะได้เห็นว่าเล็บเรียวเคลือบสีแดงสด บนนิ้วกลับปรากฏมีสัตว์จำพวกหนอนค่อย ๆ คืบคลาน ช้า ๆ มันออกมาจากชายแขนเสื้อของหลี่กุ้ยเฟย
หากทางเบื้องหน้าพระพักตร์ นางยังคงพัวพันส่งสายตายั่วยวน…..หลอกล่อ
“ปลดอาภรณ์ให้หม่อมชั้นสิเพคะ มาสิเพคะ มาร่วมอภิรมย์กับหม่อมชั้น” เสียงครวญครางกระสันซ่านบงการอยู่ข้างหู เสียงเครื่องเป่าชนิดหนึ่งดังแผ่วเบา เสียดแทงเข้าไปในประสาท
ฉุดรั้งพระสติของหวงตี้หนุ่มให้พร่าเลือน ได้แต่สะบัดพระพักตร์ไปมา ดวงหน้าของหลี่กุ้ยเฟยพร่าพรายเห็นเป็นเค้าลางเลือน
“เจ้า….เจ้า…”
***จบตอน งูพิษเริ่มคลายขนหาง (1)***
1อ้ายเฟย – สรรพนามสำหรับใช้กับสนมที่ฮ่องเต้โปรดปราน
Powered By SK REALTY+