ตอนที่ 25 อัครเสนาบดีหลี่เหวินกว่าง

ชายสูงวัยผู้หนึ่งเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าจวนอัครเสนาบดี ใบหน้าชายผู้เฒ่าเคร่งขรึม ปฏิกิริยาอาการเบ่งบอกว่ากระวนกระวายหนัก เบื้องหลังบ่าวไพร่พากันมายืนรออยู่ด้วยหน้าสลอน อัครเสนาบดีเฒ่าหลี่เหวินกว่าง เงยหน้ามองทางที่จะมุ่งมาสู่จวนด้วยใจจดจ่อ

 

ตามกำหนดการที่ถูกแจ้งมาจากตำหนักหวางชินอ๋อง อีกไม่ถึง 1 ก้านธูป บุตรีอันเป็นที่รักจะได้กลับมาเยี่ยมเรือน

 

แม้นางแต่งออกไปเพียงไม่กี่วัน ความคิดถึงห่วงหา กลับมากมายเอ่อล้น

 

อัครเสนาบดีเฒ่าตาเบิกกว้าง ยามเห็นขบวนรถม้าติดธงอสูร สัญลักษณ์ประจำพระองค์ในหวางชินอ๋องแล่นเข้ามาแต่ไกล บุรุษสูงศักดิ์ผู้เป็นลูกเขยอยู่บนอาชาสีดำตัวใหญ่ เหยาะย่างนำมาเบื้องหน้า

 

ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา จนมาหยุดสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าจวน หัวใจของชายผู้เฒ่าเต้นรุนแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก

 

หวางอินฉีจ้องนิ่งไปยังร่างของผู้มีศักดิ์เป็นพ่อตา ก่อนจะทิ้งกายลงจากหลังม้า

 

“ถวายบังคมท่านอ๋อง” หลี่เหวินกว่างโค้งคำนับผู้เป็นลูกเขยเต็มพิธีการตามธรรมเนียม บรรดาบ่าวไพร่ที่ยืนรออยู่ด้วยกันกับเจ้าของจวน พากันคุกเข่าประสานมือทำความเคารพ บุรุษสูงศักดิ์ผู้ทิ้งกายจากหลังม้าอย่างพร้อมเพรียง

 

“คารวะท่านพ่อตา” เสียงกร้าวของผู้มีศักดิ์เป็นบุตรเขยเ อ่ยคำแสดงความเคารพต่อพ่อตา

 

ดวงตาของอัครเสนาบดีผู้เฒ่าจ้องมองรถม้าที่หยุดสนิทลงแล้วเบื้องหลัง ยามนี้ชิงหงชิงอี้ กำลังเปิดม่านออก ร่างเล็ก ๆ ของบุตรีค่อย ๆ ปรากฏออกมา

 

ยามนี้วันเวลาแห่งการรอคอยนั้น ย่อมสิ้นสุด

 

หวางอินฉีเดินกลับไป ส่งมือให้สตรีผู้เป็นชายาทั้งยังช่วยพยุงนางให้ก้าวลงจากรถม้า ดวงตาของหลี่เหวินกว่างจับนิ่งที่สตรีโฉมงามผู้เป็นบุตรี

 

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ พระชายา” ผู้เป็นพ่อยามนี้โค้งคำนับให้บุตรสาวตามศักดิ์ฐานะที่นางได้รับ หลังอภิเษกสมรสเป็นหวังเฟยในชินอ๋องหวางอินฉี

 

“ท่านพ่อ” หลี่ชินอ้ายเรียกหาบิดาพร้อมตรงรี่เข้าไปหา หมายใจจะเข้าไปกอดท่านพ่ออย่างแสนจะคิดถึง หากต้องชะงักร่างไปทันที ด้วยเสียงเย็นที่กระแอมแผ่วเบาในลำคอ ของผู้เป็นสวามี

 

ร่างเล็ก ๆ จึงเปลี่ยนไป กลับกลายเป็นเพียงยอบกายลงคารวะท่านพ่อของตนอย่างอ่อนช้อย

 

“คารวะท่านพ่อ” หลี่เหวินกว่างเหยียดกายตรงยกยิ้มอ่อนโยน ก่อนฝายมือนำเข้าไปในจวน

 

“เชิญเสด็จหวงชินอ๋องและพระชายา พ่ะย่ะค่ะ”

 

ภายในห้องโถงหลังจากพิธีการ “ชั่งเต๊”1แล้วสิ้น  หวางอินฉียืนนิ่งเอาพระหัตถ์ไขว้หลังไว้ ดวงพระเนตรทอดมองสองพ่อลูกที่กำลังพูดคุยสอบถามทุกข์สุข พระชายาตัวน้อยโอบกอดผู้เป็นบิดาด้วยความคิดถึง

 

ดวงพระเนตรคมของผู้เป็นบุตรเขยลอบมองสำรวจร่างกายอัครเสนาบดีชราไม่วางตา คิ้วคมขมวดแน่นด้วยความคิดคำนึงตกอยู่ในห้วงภวังค์ “หลี่เหวินกว่าง” อัครเสนาบดีผู้เฒ่า ไม่ได้พบเจอกันนานทีเดียว ยามนี้ดูร่วงโรยสูงวัยอยู่มิน้อย

 

“ท่านอ๋องเพคะ ท่านอ๋อง” เสียงชายาเรียกแผ่วเบาฉุดให้ออกจากภวังค์

 

“หม่อมชั้นขอเข้าไปที่เรือนพักสักครู่ หม่อมชั้นมีบางสิ่งที่จะนำกลับไป ขอประทานอนุญาตเพคะ”  เสียงเล็กแผ่วเบาของพระชายาเอ่ยคำขออนุญาต หวางอินฉีพยักหน้ารับ ทั้งเอ่ยคำกับพระชายาของตน

 

“อื้มม์… ได้ ข้าจะรออยู่ที่นี่” หลี่ชินอ้ายย่อตัวคำนับสวามีอย่างอ่อนช้อย ก่อนจะเดินออกไป ชิงหงชิงอี้ติดตามคุณหนูของพวกนางไปเบื้องหลัง ทิ้งท่านพ่อตาและบุตรเขยไว้อยู่ด้วยกัน

 

ภายในห้องเงียบสงัดนับจากพระชายาน้อยเดินออกไป พ่อตาและลูกเขยสูงศักดิ์สบตากันนิ่ง อย่างไว้เชิง……….

 

“กระหม่อมมีเรื่องจะทูลขอความเมตตา” ฝ่ายพ่อตาเป็นคนกล่าวทำลายความเงียบขึ้นก่อน

.

“ว่ามา” เสียงของผู้มีศักดิ์เป็นลูกเขย ห้วนสั้นจนอัครเสนาบดีเฒ่ารู้สึก

 

“กระหม่อมขอฝากลี่ลี่ไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” อัครเสนาบดีเฒ่าค้อมกายคำนับ พร้อมเอ่ยคำอ้อนวอนขอร้อง อย่างจริงจัง

 

“นางเป็นชายาข้า” หวางอินฉีตอบกลับเสียงเย็น มิได้ตอบรับคำตรง ๆ ว่าจะทรงทำตามคำขอหรือไม่ อัครเสนาบดีผู้เฒ่าถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนค่อมกายลงต่ำ ย้ำคำขอร้องอีกครั้ง ช้า… ชัด

 

“กระหม่อมจะวางใจยิ่ง หากลี่ลี่อยู่กับท่านอ๋อง เอ่อ… อ่อคือ…  กระหม่อมมีเรื่องสำคัญจะกราบทูล” อัครเสนาบดีชราหยุดนิ่งไป ดวงพระเนตรคมสีนิลจ้องนิ่งด้วยประกายลึกล้ำ ยังไม่ทันกล่าวคำพูดใดต่อกัน เสียงประตูถูกเคาะเบา ๆ ก็ดังขึ้น

 

“เข้ามา” ชินอ๋องหวางอินฉี เป็นผู้กล่าวคำตรัสอนุญาต

 

เฉินฟู่อี้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง โค้งคำนับผู้เป็นนาย ก่อนเข้าไปกระซิบรายงานถวายที่ข้างหู เสร็จแล้วจึงถอยตัวออกไปรอรับคำบัญชาอยู่ทางเบื้องหลัง ดวงพระเนตรสีนิลของผู้เป็นนายส่งประกายแววโรจน์ด้วยแรงโทสะ

 

“ท่านพ่อตา ข้ามีธุระสำคัญต้องกลับไปจัดการ” หวางอินฉีตวัดเสียงกร้าวเอ่ยคำกับผู้เป็นพ่อตา ก่อนหันไปหาองครักษ์คู่กายที่ยืนค้อมกายรอรับคำสั่ง

 

“ฟู่อี้ เป็นเจ้าอารักขาพระชายากลับตำหนักชินอ๋อง” กล่าวจบก็สะบัดชายแขนเสื้อหันกายผละจากไป 

 

ทรงไม่ทำแม้แต่จะเอ่ยคำลา… กับท่านพ่อตาที่ยังยืนนิ่งอึ้ง

 

หลี่เหวินกว่างเปิดประตูห้องพักเข้ามา ในใจนึกไปถึงปฏิกิริยาของผู้เป็นบุตรเขย  เกือบไปแล้วเกือบจะได้บอกเล่าเรื่องราวในใจให้ทรงได้รับฟัง ถึงเรื่องราวแต่หนหลัง

 

เรื่องที่เฝ้าปฏิเสธคำมิยอมยกหลานสาวโฉมงามแต่งให้เป็นพระชายา สาเหตุนั้นมีทั้งยังสมควรแล้ว อย่างที่สุด

 

หากสุดท้าย ก็มิได้เอ่ยปากอธิบายให้ผู้เป็นบุตรเขยทรงทราบและได้เข้าพระทัย อัครเสนาบดีผู้เฒ่าถอนหายใจนิ่งลึก ก่อนกวาดสายตามองรอบด้านภายในห้อง

 

ภายในห้องพักมืดครึ้มคลุมเครือ โคมบนโต๊ะกลางห้องจึงถูกจุดขึ้น ทันทีที่แสงสว่างสาดส่องออกไปจนทั่ว กลับพบบุรุษในชุดดำผู้หนึ่ง ก้มหน้านั่งนิ่งรออยู่แล้ว

 

“เจ้า เจ้าเข้ามาได้อย่างไร” ดวงตาของหลี่เหวินกว่างอัครเสนาบดีเฒ่าเบิกขึ้นอย่างตื่นตระหนกเอ่ยถามตะกุกตะกัก ถอยกายออกห่างในทันที ทีท่านั้นแฝงความหวาดกลัวอย่างที่สุด

 

“ฮึ ฮึ ฮึ” เสียงหัวเราะพร่าต่ำจากคนผู้นั้นแว่วออกมาเหมือนภูตผี

 

“ท่านเสนาบดีหลี่ มิพบกันเสียนาน สบายดีหรือไม่” เสียงเครื่องเป่าชนิดหนึ่งดังแทรกขึ้นมาเสียงของมันโหยหวน ราวกับเสียงร้องของปีศาจ

 

“หวีดดดดดดดดดดดดดดดด”หลี่เหวินกว่างตาเบิกโพลง ร่างทั้งร่างแข็งทื่อ สติสัมปชัญญะหลุดลอย

 

“บอกมา หวางอินฉีพูดอะไรกับเจ้า”

 

***จบตอน อัครมหาเสนาบดีหลี่เหวินกว่าง***

 

  1. “ชั่งเต๊” หรือการยกน้ำชาให้กับพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง ในวันที่กลับไปเยี่ยมเรือนของเจ้าสาวหลังจากแต่งงาน 3-7 วัน
Novel
Novel