ตอนที่ 22 เสียงกู่ร้องของสัตว์ป่า

ราตรีนี้จันทราหลบเร้นอยู่ในเงามืด ร่างบอบบางในชุดสีดำรัดกุม อาศัยคืนจันทราอับแสงใช้อำพรางตน เร่งรุดไปยังจุดนัดหมายด้วยฝีเท้าเร่งรีบ

 

ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงดาราริบหรี่  ร่างหนาในชุดดำยืนเอามือไขว้หลังสงบนิ่งรออยู่แล้ว

 

“คำนับนายท่าน” คนผู้นั้นหันกายกลับมา ดวงหน้าถูกซ่อนไว้ใต้หมวกของชุดคลุมที่ถูกดึงรั้งขึ้นมาจากเบื้องหลัง

 

 “งานที่ให้ไปทำ เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มแหบพร่าดังแว่วมาจากร่างนั้น

 

“เรียนนายท่าน คืนที่ผ่านมาหวางอินฉีเข้าเฝ้าหย่งอี้เป็นการส่วนตัว เรื่องที่พูดคุยคือความเคลื่อนไหวของดินแดนทางเหนือ หวางอินฉีต้องการขึ้นไปตรวจสอบด้วยตนเอง จึงอาศัยงานพระราชทานสมรสเข้าเฝ้า เพื่อแจ้งข่าวกับหย่งอี้เจ้าค่ะ”

 

 สิ้นเสียงรายงานร่างในชุดดำปรี่เข้าไปกระชากร่างบางขึ้นมา กัดฟันถามเสียงกร้าวคาดคั้น

 

“เมื่อไหร่ หวางอินฉีจะออกเดินทางเมื่อไหร่”

 

“บ่าวสมควรตาย นายท่าน….. หวางอินฉีเพียงแต่แจ้งกับหย่งอี้เท่านั้นว่าจะไปตรวจสอบด้วยตัวเอง แต่มิได้เอ่ยวันเวลาการเดินทางแต่อย่างใด  ที่สำคัญการณ์เรื่องนี้เกิดขึ้นภายในห้องลับ บ่าว.. บ่าวมิสามารถลักลอบเข้าไปได้”

 

เสียงเล็กรนรานตอบละล่ำละลัก  สิ้นคำ ร่างบางถูกเหวี่ยงด้วยแรงโทสะจนถลาไปกองอยู่บนพื้น ผ้าคลุมหน้าหลุดออก

 

ท่ามกลางแสงดาว ใบหน้าที่อยู่ในความคลุมเครือคือดวงหน้าพริ้มเพราล่มเมืองของ….หลี่กุ้ยเฟย

 

บุรุษปริศนาเดินเข้ามา ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบใบหน้าของนางจนบิดเบี้ยว

 

 “นายท่าน บ่าวเจ็บเจ้าค่ะ”

 

 “เจ้ามันไร้ประโยชน์“ ใบหน้างดงามของหลี่กุ้ยเฟ่ยสะบัดหัน เมื่อบรุษนิรนามสะบัดหลังมือเข้าใส่ ยามร่างนั้นหันกายเตรียมผละจากไป

 

หลี่กุ้ยเฟย ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก รนรานถลาตามไปจนสุดตัว นางกอดรัดร่างหนาเอาไว้อย่างแน่นหนาทางเบื้องหลัง

 

“นาย..นายท่าน….ปรานี..ปรานี….บ่าวด้วยเจ้าค่ะ” ชายลึกลับสะบัดกายรุนแรง ร่างบางกระเด็นไปกองอยู่บนพื้นอีกครั้ง

 

 ใบหน้าหลี่กุ้ยเฟยแดงก่ำคล้ายต้องกองไฟที่ร้อนรุ่ม ฉีกทึ้งอาภรณ์ที่สวมใส่ พลางลูบไล้ร่างกายตนเองอย่างเย้ายวน

 

“นายท่าน…..ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ” ร่างหนาเดินกลับมาช้า ๆ ยืนจังก้าคร่อมร่างนางไว้ ในมือปลดสายคาดเอวเหวี่ยงทิ้ง ก้มลงกระชากผมของนางเข้าสู่แก่นกลางกายตน

 

เสียงคำรามราวสัตว์ป่ากู่ก้อง ยามหลี่กุ้ยเฟยคลุกเคล้าใบหน้าโลมเลียอยู่ที่แก่นกลางของร่างกาย

 

นางลุกขึ้นยืนช้า ๆ ถอดอาภรณ์ของอีกฝ่ายออก โน้มกายหนาลงมาจูบปากอย่างเร้าร้อน ชักจูงมือหนาให้มากอบกุมอกสล้างของตน ครวญครางแผ่วเบายามโดนบีบเคล้นอกสล้างจนย่นยู่

 

“นาย…นายท่าน ให้บ่าว… ให้บ่าว ด้วยเจ้าค่ะ”   นางอ้อนวอนขอร่างนั้นอย่างสิ้นไร้แล้วความอับอาย

 

ร่างสูงใหญ่ขยับยกกายนางขึ้นเอว นำพาแก่นกายของตนเข้าไป ก่อนจับร่างกายของหลี่กุ้ยเฟย กระแทกใส่กายตนเองอย่างรุนแรง

 

หลี่กุ้ยเฟยกอดคอแน่น ก่อนส่งเสียงกรีดร้องครวญครางระงมไปด้วยความสุขสม ทรวงอกสล้างกระเพื่อมไปมาตามแรงกระแทกกระทั้น ฝ่ามือหนาฟ้อนเฟ้นอย่างมันมือ เสียงครางพร่าต่ำราวสัตว์ป่าที่เจ็บปวด

 

ร่างของนางถูกวางลงบนพื้นหญ้า ร่างหนาตามลงมาโถมทับ เรือนร่างเปลือยเปล่านั้นเคลื่อนไหวเพราะความหฤหรรษ์ ขาเรียวงามของนางถูกจับยกพาดบ่า พร้อมแทรกแก่นกายของมันเข้าไปอีกครั้งในคราเดียว

 

หลี่กุ้ยเฟยดิ้นพล่านไปด้วยความสุขสม นางกรีดร้องระงม เสียงเนื้อกระทบกระทั่งกันดังเป็นระยะ ตามจังหวะที่ชายนิรนามทุ่มกายกระแทกกระทั้น ทุกการกระทำประกอบไปด้วยความหยาบโลนป่าเถื่อน

 

“นายท่าน” หลี่กุ้ยเฟยครางกระเส่า สองร่างพัวพันเคลื่อนไหวกายอยู่ในความมืดมิด

 

แม้แสงดาวยามนี้ยังหลุบหม่น ราวกับมิต้องการแล้วที่จะพบเห็น

 

 ….ช่างหน้าไม่อายนักมนุษย์ ประพฤติตนต่ำช้าอย่างไม่อายฟ้า เกรงดิน…………

 

 

*** จบตอน เสียงกู่ร้องของสัตว์ป่า ***

 

 

 

 

Novel
Novel