ตอนที่ 20 ข้าคือพระชายาในหวางชินอ๋อง (2)

“เหตุใด?…..ท่านอ๋องจึงสมรสให้หม่อมชั้นเพคะ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น หวางอินฉีหัวเราะด้วยเสียงกร้าวก่อนตอบความ

 

“ความเกลียดอย่างไรเล่า คุณหนูหลี่” หลี่ชินอ้ายถอนหายใจแผ่วเบาเหมือนโล่งออก พึมพำทวนคำตอบเขาคล้ายเสียงละเมอ

 

“ยังดีเพคะ อย่างน้อยก็ยังมีความเกลียด” อาการกริยานั้นของนาง คล้ายเย็นชามิยี่หระต่อสิ่งใด

 

ดวงเนตรสีนิลของหวางอินฉีลุกวาว อารมณ์โกรธคุกรุ่นเริ่มทวีคูณ

 

ตรงเข้าช้อนอุ้มร่างบาง พาก้าวเดินไปที่เตียงนอน ร่างน้อยปล่อยตัวอยู่ในอ้อมกอด อย่างไม่แยแสว่าจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น

 

หวางอินฉีวางร่างนางลงบนเตียงกว้าง ก่อนเอื้อมมือกระชากม่านลงอย่างไม่ไยดี หลังม่านไหมคลุมเครือ นางยังนอนนิ่ง เบือนหน้าหนียามอาภรณ์ถูกกระชากออกจากเรือนกาย

 

ดวงหน้าเฉยชา แววนัยน์ตาว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ครั้งนี้…….ไร้อาการต่อสู้ดิ้นรนเช่นที่นางเคยเป็น

 

มือเล็กบอบบางของหลี่ชินอ้ายกำขยำผ้าปูที่นอนแน่น ยามคนบนร่างซุกหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอขาว ริมพระโอษฐ์อุ่นร้อนขบกัดย้ำไปจนทั่ว พระหัตถ์แข็งแรงบีบเค้นที่ทรวงอกอย่างไม่ปรานี

 

บ่ายหน้าหลบยามเขาหยัดกายขึ้นมาเพื่อบดขยี้ริมฝีปากบาง หวางอินฉีหยุดชะงักเพียงชั่วครู่ ก่อนจับใบหน้านางให้หันกลับมา

 

“เจ้าเป็นเมียข้า หน้าที่ของเจ้าคืออุ่นเตียงให้ข้า ชินอ้าย”

 

หวางอินฉีกดจูบลงไปที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง อย่างสุดยับยั้งพระทัยราตรีวสันต์ในคืนเข้าหอที่ผ่านมา เรียกร้องความปรารถนาในตัวนาง อย่างไม่รู้อิ่ม

 

ความสุขสมยามอยู่ในร่างนางยังตราตรึงเร่งเร้า เรือนร่างของนางเป็นองค์นั้นถือสิทธิ์ ย้ำรอยจูบนั้นไปให้ทั่วเรือนกาย ผิวขาวอ่อนบางอมชมพูของนางนั้น บัดนี้ มีรอยฝากรักเพิ่มเติมจากคืนที่ผ่านมา

 

ลมหายใจของคนร่างเล็กใต้ร่างหอบกระชั้น หากนางยังเก็บกลั้นไว้ ที่หลุดลอดออกมาเป็นเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบา ดวงตาของหวางอินฉีจ้องเขม็งไปที่ดวงหน้าของนาง ยามแทรกร่างของตนเข้าไปในคราเดียว

 

หลี่ชินอ้ายสะดุ้งสุดตัว กัดปากแน่น!

 

หวางอินฉีขยับกายขึ้นนั่งดึงร่างบางขึ้นมาซ้อนทับอยู่บนตัก พระโอษฐ์ดูดเม้มผลอิงเถาสีชมพูตรงหน้าซ้ายขวาเหมือนหิวโหย

 

นางผวาสุดตัวส่งเสียงสะอื้นในลำคอ เบี่ยงตัวหลบริมฝีปากร้อนที่ราวจะลวกผิวอ่อนบางให้มอดไหม้

 

“อย่า…ปล่อยข้า” เสียงขอร้องอ้อนวอนของนางแผ่วเบาปนเสียงสะอื้น

 

หากมีหรือที่ยามนี้เขาจะปล่อย สุดท้ายนางก็มิอาจต้านทานการรุกรานจากบุรุษผู้เป็นพระสวามี หลี่ชินอ้ายใช้แขนเรียวกอดคอแน่น ซบหน้านิ่งอยู่บนบ่าแกร่ง

 

หวางอินฉีขบติ่งหูขาวก่อนกระซิบเสียงเย็นชา “จำไว้ ข้าคือสามีเจ้า”

 

พระหัตถ์หนากุมสะโพกบางไว้มั่น บั้นท้ายกลมกลึงถูกคลึงเค้นอย่างหนักหน่วง ก่อนยกกายนางขยับขึ้นลง พร้อมกระแทกกายตนสวนขึ้นมา

 

เริ่มจากเชื่องช้ากลายเป็นเร่งเร้าขึ้นตามแรงอารมณ์ ความสุขสมทวีขึ้น จนเปล่งเสียงครางพร่าต่ำอยู่ข้างหูนาง

 

หลี่ชินอ้ายยามนี้ร่างกายบางกระตุกเกร็ง ในดวงตาเห็นดวงดาวระยิบระยับพราวเต็มฟ้า นึกไปว่าความทรมานเช่นนี้คงสิ้นสุด หากคนผู้นั้นได้รับแล้วความสุขสม

 

หาก….มันมิได้เป็นเช่นที่นางคิด

 

หวางอินฉีขยับเปลี่ยนท่าทาง วางร่างบางของคนเป็นชายาลงบนเตียงอีกครั้ง ทิ้งกายลงเบื้องหลังก่อนดึงรั้งแขนเรียวเล็กไว้ ตนเองนั้นโอบชิดซ้อนอยู่ด้านหลังนาง

 

เรียวขาบอบบางถูกยกขึ้นวางพาดที่ท่อนขาแกร่ง แทรกกายเข้าไปอีกครั้งพร้อมขยับร่างอย่างหนักหน่วง

 

ทุกการเคลื่อนไหวเรียกเสียงสะอื้นแผ่วเบาจากนางเป็นระยะ

 

หลี่ชินอ้ายกดอาการสั่นไหวในอารมณ์ จากน้ำมือของคนที่เชี่ยวชาญชำชองกว่าหลายขุม ทั้งด้วยริมฝีปากร้อนที่เฝ้าประทับจุมพิตทั่วแผ่นหลัง ทั้งมือไม้ที่พร้อมใจกันรุกราน

 

ความหฤหรรษ์ที่สอดแทรก แอบแฝงเข้ามาพร้อมความเจ็บปวด ยามนี้ชักพาให้สติและสมองขาวโพลน

 

ร่างกายแกร่งของบุรุษผู้เป็นพระสวามีชื้นไปด้วยเหงื่อ หวางอินฉีขบกรามแน่น หอบกระชั้น ส่งเสียงครางพร่าต่ำ ยามแรงปรารถนาพุ่งทะยานถึงขีดสุด

 

สุดท้ายแล้วจึงซบหน้านิ่งไปกับไหล่เล็กบาง ที่กำลังสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นไห้……………

 

…… เสียงนกร้องยามเช้าปลุกร่างบางที่หลับใหลจากนิทรา ร่างบอบบางภายใต้ผ้าห่มผืนหนายังเปลือยเปล่า

 

หลี่ชินอ้ายลืมตาขึ้นด้วยสายตาพร่ามัวหมอง บนที่นอนข้างกายว่างเปล่าไร้ร่างของผู้เป็นสวามี ขยับใช้แขนพยุงลำตัวขึ้น ขยับผ้าห่มหนาให้กระชับร่าง ก่อนส่งเสียงเรียกหาบ่าวคู่ใจเบาๆ

 

“พี่ชิงหง…พี่ชิงอี้ อยู่ข้างนอกหรือไม่” ประตูห้องนอนเปิดเข้ามาทันที แม้เสียงเรียกของนางจะดังเพียงแผ่วเบา

 

ม่านไหมบังเตียงถูกยกขึ้นอย่างรวดเร็ว ชิงอี้ชิงหงช่วยกันพยุงร่างคุณหนูขึ้นนั่งอย่างทะนุถนอม  ใช้ผ้าห่มห่อคลุมเรือนกายที่เปลือยเปล่าไว้

 

“บ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู”

 

หลี่ชินอ้ายพยักหน้าเบาๆ ดวงตาคู่งามมีน้ำตาเอ่อคลอ  เจ็บปวดแปลบไปทั้งร่าง รู้สึกคล้ายกลิ่นอายของบุรุษผู้เป็นสามียังอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

 

“ช่วยเตรียมน้ำให้ข้าด้วย” นางเอ่ยปากบอกบ่าวคู่ใจแผ่วเบา

 

ชิงอี้เปิดประตูห้องออกไปเพียงชั่วครู่ นางกำนัลด้านนอกช่วยกันยกถังน้ำร้อนเข้ามา จึงตามไปผสมน้ำอาบให้คุณหนูของนาง 

 

ชิงหงจัดแจงพยุงร่างบางของคุณหนูในผ้าห่ม ประคองไปยังห้องอาบน้ำที่ถูกจัดไว้ด้านหลัง

 

แม้คุณหนูมิปริปากว่าเจ็บปวดเพียงใด ชิงหงเห็นด้วยตาตัวเองว่าร่างบางกัดริมฝีปากแน่นตอนก้าวเดิน สงสารคุณหนูจับใจ สงสารจนน้ำตาคลอ

 

ครั้นพอเห็นร่องรอยฝากรักสีชมพูทั่วกายของคุณหนู ชิงหงชิงอี้ ลอบสบตากัน ลูบไล้ร่องรอยนั้นอย่างเบามือ

 

“เจ็บหรือไม่เจ้าคะ” บ่าวคู่ใจเอ่ยถามแผ่วเบา หลี่ชินอ้ายส่ายหน้าช้าๆ ขอบตาร้อนผ่าว

 

“พี่ชิงอี้ ข้า…ข้าไม่เป็นไร” ดวงหน้าอ่อนเยาว์นั้นขึ้นเป็นริ้วสีชมพูเข้มเพราะความอับอาย ถูกคนผู้นั้นรุกรานรังแกจนเกือบรุ่งสาง

 

เช้านี้ตื่นขึ้นมากลับมิพบหน้า  น้อยใจเสียใจอย่างที่สุด

 

ร่างเล็กทอดกายอยู่ในถังน้ำอุ่น สูดดมกลิ่นกรุ่นของกลีบบุบผาที่บ่าวคู่ใจลอยให้เหนือผิวน้ำ ความเจ็บปวดในกายเริ่มบรรเทาเบาบาง นางพิงกายไว้กับขอบถัง ปิดเปลือกตาพริ้มหลับอย่างผ่อนคลาย

 

ประตูถูกผลักเข้ามาพร้อมเจ้าของร่างสูงใหญ่ผู้เป็นเจ้าของตำหนัก ดวงพระเนตรสีนิลจ้องเขม็งไปยังร่างพระชายาของตนในถังน้ำ ก่อนเสียงกร้าวเย็นชาจะสั่งการคล้ายเสียงตวาด

 

“ออกไป”

 

ชิงหง ชิงอี้ รนรานถอยออกไปตามคำบัญชา  ก่อนบานประตูจะปิดลง ทันได้เห็นท่านอ๋องถอดอาภรณ์ของตนเหวี่ยงทิ้ง ก้าวเข้าไปหาคุณหนูของนางที่นั่งนิ่งอยู่ในถังน้ำ

 

สองนางก้มหน้านิ่งน้ำตารินอยู่หน้าห้องบรรทม ยามได้ยินเสียงคุณหนูดังแผ่วเบา ผสานผสมไปด้วยเสียงน้ำกระชอกหกล้นออกจากถัง

.

“ปล่อยข้า ข้าเกลียดท่าน” ……………

 

*** จบตอนที่ ข้าคือพระชายาในหวางชินอ๋อง (2) ***

 

 

 

Novel
Novel