เสียงสนทนาของสตรีภายในห้องหยุดลงทันที เมื่อได้ยินฝีเท้าเล็ก ๆ แผ่วเบาดังอยู่นอกห้อง บานประตูค่อย ๆ เปิดเข้ามาช้า ๆ
พร้อมใบหน้ากลมป้อมมอมแมมหัวหูดูยุ่งเหยิง ก็ค่อย ๆ โผล่เข้ามาอย่างดูลู่ทาง
เสี่ยวชิงอี้นั่งหน้านิ่ง ในมือถือไม้เรียวรออยู่เงียบๆ ข้างกายมีสองนางกำนัลคู่แฝดชิงหงชิงอี้ คุกเข่าก้มหน้าอยู่ใกล้ ๆ
ชิงหง ชิงอี้เป็นบ่าวคู่ใจที่น้าซิ่วเล่าให้ฟัง รับใช้ดูแลนางมาตั้งแต่ครั้งนางยังเป็นเพียงดรุณีน้อย เป็นคุณหนู “หลี่ชินอ้าย” บุตรีแสนซนแสนดื้อรั้น ของอัครเสนาบดีคู่แผ่นดิน “หลี่เหวินกว่าง”
“เสี่ยวเป่า เข้ามา” เด็กหญิงครั้นได้ยินเสียงเรียกที่เรียบ ๆ เย็น ๆ ของมารดา ก็สะดุ้งตกใจจนสุดตัว ก่อนผลุบเข้ามาในห้องเต็มกาย ชิงอี้ ชิงหง เงยหน้าขึ้นสบตาคุณหนูน้อยอย่างสำนึกผิด ก่อนพากันก้มหน้างุดลงไปอีก
ยามเหลือบไปเห็นสายตาเขียวคมปลาบของคุณหนู ที่ตวัดมองมาอย่างคาดโทษ
“ท่าน ท่านแม่ ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เจ้าตัวเล็กเอ่ยถามผู้เป็นมารดา ปากกระตุกรอยยิ้มแห้งผากโรยลา สวมใจกล้าของลูกกวางน้อยที่หวังต่อกร กับพยัคฆ์ร้าย
“ไปไหนมา อย่าได้โกหกแม่” เสี่ยวชิงอี้ตวาดเสียงลั่น
“ไป…..ไป….เออ……..หาท่านพ่อ เจ้าค่ะ” เด็กหญิงทำหน้าเหย ก่อนตอบคำตะกุกตะกัก อารมณ์ของเสี่ยวชิงอี้ทะยานถึงขีดสุด ยามได้คำตอบจากลูกสาว
“ดี ตอบได้ดี ลักลอบไปพบคนผู้อื่น เจ้ายังมีแม่ในสายตาหรือไม่” เด็กน้อยยืนก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมเอ่ยคำพูดจา เสียงมารดาตัวเล็กจึงยิ่งดังขึ้น ดังขึ้น
“แม่ถาม ไยไม่ตอบ คนผู้นั้นบอกเจ้าว่าเป็นพ่อเจ้าก็เต็มอกเต็มใจ กล้าเรียกเขาเป็นพ่อ อย่างนั้นรึเสี่ยวเป่า เจ้าเป็นคนไม่รู้เหนือใต้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” มือบางยกไม้เรียวในมือขึ้นด้วยแรงโทสะ น้ำตาเอ่อไหลรินออกมาจากดวงตา
เจ้าตัวเล็กพุ่งเข้ามากอดรัดพลางส่งเสียงสะอื้นร่ำไห้ “ท่านแม่ ท่านแม่ เสี่ยวเป่าผิดไปแล้ว เสี่ยวเป่าเอาแต่เที่ยวเล่น ท่านแม่ เสี่ยวเป่ารักท่านแม่นะเจ้าคะ”
เสี่ยวชิงอี้ยืนนิ่งน้ำตาไหลพราก ยามนี้นางอับจนไปเสียสิ้น ด้วยมิรู้ว่าจะอธิบายถึงความรู้สึกของตนเอง ต่อลูกน้อยได้อย่างไร
แม้ได้ยินแล้ว ทุกคำบอกเล่าของท่านป้าเหมยหรือที่จริงคือ “ท่านหญิงเหมยซิวหวา” ตามยศศักดิ์ฐานะสูงส่งในความเป็นจริง
ถึงความเป็นมา ทั้งเรื่องราวทั้งหมดของตัวนางเองกับบุรุษ “ผู้นั้น”
ยามนั้นนางรับฟังอย่างเงียบ ๆ ถึงตัวตนของนางในวันวานที่ผ่านมา ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับคนผู้นั้น
เสี่ยวชิงอี้ กึ่งหนึ่งรับฟัง อีกกึ่งอยู่ท่ามกลางความลังเลใจ
จริงหรือ? บุรุษผู้นั้น…….คือชายที่นางแสนรัก
“ไม่”
จริงหรือ? ที่เป็นบิดา…….ของบุตรในครรภ์ของนาง
“ไม่”
ในใจแม้ปฏิเสธทุกคำกล่าวขาน หากจำต้องสรุปได้อย่างมิกล้าเอ่ยปากค้าน ด้วยเหตุหลักฐานสำคัญโจ่งแจ้ง ปรากฏให้เห็นตำตาจากบุตรีตัวน้อย
ดวงตาสีนิลนั้นเหมือนของคนผู้ใด!! เส้นผมสีเงินยวงเป็นประกาย นั่นก็ยิ่งกว่าใช่!
หากจะให้ยอมรับเต็มหัวใจว่าตนเองนั้น คือพระชายา “หลี่ชินอ้าย” ถึงยามนี้กลับกล้าปฏิเสธได้เต็มคำ ว่า
“ไม่” “ไม่ใช่ ไม่ใช่”
เสี่ยวเป่าเขย่าตัวมารดาจนร่างทั้งร่างสั่นไปมา ด้วยเห็นมารดายืนนิ่งเฉยอยู่นาน โทษที่ทำครานี้เห็นทีคงจะมิได้ละเว้น เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจึง ดังขึ้น ดังขึ้น วิธีนี้ใช้มาหลายครั้งแล้ว หากท่านแม่ยังจับทางมิได้!
“ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่ ฮื้อ ๆ ๆ ๆ“ เสียงร้องไห้ดังลั่นปานจะขาดใจของลูกน้อย เรียกร้องสติของผู้เป็นมารดาให้หวนคืนกลับมา ไม้เรียวหลุดจากมือโดยไม่รู้ตัว ย่อตัวลงรั้งร่างเล็กเข้ามาโอบกอดอย่างหวงแหน
“เสี่ยวเป่า เป็นแม่เอง เป็นแม่เองที่ผิด” สองแม่ลูกกอดรัดร่ำไห้ไปด้วยกัน………
บุรุษที่ยืนซุ่มเงียบอยู่หน้าห้อง ดึงบานประตูปิดให้อย่างแผ่วเบา ลอบถอนหายใจเหยียดยาวอย่างโล่งอก ด้วยมาส่งลูกรักคืนกลับเรือนยามนี้ทุกวัน
ก่อนจะผละจากไป หูแว่วเสียงชายาดุเจ้าตัวน้อย จึงหวนกลับมาซุ่มเงียบ แฝงตัวแอบฟังอยู่นอกห้อง
ขั้นแรกเสียงพระชายาช่างแข็งกร้าวยิ่งนัก ในพระทัยเต้นตึกตัก ด้วยเกรงลูกรักจะถูกลงโทษ
หากเงียบเสียงดุกันไปสักพักหนึ่ง ที่ได้ยินต่อมาคือเสียงร้องไห้สองเสียงผสานผสมปนเปกัน จึงแง้มบานประตูออกแอบดู
.
ภาพตรงหน้าคือสตรีสองนางที่ตนนั้นแสนจะรักใคร่ สองคนแม่ลูกกอดรัด ผลัดกันเช็ดน้ำตาให้กันอยู่ภายใน
รอยยิ้มอ่อนโยนจึงปรากฏอยู่บนริมปากของคนหน้าเฉยชา ดึงบานประตูปิดลง ก่อนเดินผละจากไปอย่างเงียบ ๆ
*** จบตอน เรือนอิงธาร (2)***
Powered By SK REALTY+