ม่อชีชีดึงสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว มือที่ฝนหมึกเคลื่อนไหวเร็วขึ้น
จวินเชียนเช่อพยายามควบคุมความโกรธของตน
“เจ้าเคยเห็นผู้ใดฝนหมึกเยี่ยงเจ้าบ้างหรือไม่ ?”
ม่อชีชีวางทุกอย่างในมือลง พลางกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า
“เบามือไปก็ผิด หนักมือไปก็ผิด หม่อมฉันควรทำเช่นไร ถึงจะได้ถูกพระทัยพระองค์ ?”
จวินเชียนเช่อข่มความโกรธของตน
“ทำตามที่เราแนะ การฝนหมึกไม่ควรจะใจร้อน อย่าลงน้ำหนักกับแท่งหมึกมากจนเกินไป ให้มันราบไปกับจานฝนหมึก ใช้น้ำหนักสม่ำเสมอฝนไปในทิศทางเดียวกันด้วยความเร็วคงที่ เช่นนี้น้ำหมึกของเจ้าก็จะออกมาดีและมีคุณภาพ”
ม่อชีชีทำตามคำแนะนำของจวินเชียนเช่อ แน่นอนว่าน้ำหมึกที่ได้ย่อมแตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“ฮ่าฮ่า มีหมึกออกมาจริง ๆ ด้วย ฝ่าบาท พระองค์ทรงเก่งมากเพคะ” นางกล่าวอย่างมีความสุข
ครั้นจวินเชียนเช่อเห็นการตอบสนองที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของนาง เขาก็เอ่ยถามอย่างอัศจรรย์ใจ
“ปกติแล้วยามที่เจ้าต้องการเขียนหนังสือ เจ้าเตรียมหมึกเช่นไร ? เจ้าไม่รู้เรื่องเลยกระนั้นรึ ?”
“ปกติแล้วหม่อมฉันไม่เคยต้องฝนหมึกเลยนี่ อ้า !”
ม่อชีชีโพล่งออกมา ครั้นนางตระหนักได้ว่าจวินเชียนเช่อกำลังจ้องนางราวกับประเมิน ที่สุดแล้วนางก็ระลึกได้ว่านางพูดอะไรออกไป นางพยายามแก้ไขอย่างรวดเร็ว
“หม่อมฉันไม่เคยฝนหมึกมาก่อน ปั้นเซียงเป็นคนรับหน้าที่นี้ เช่นนั้นจึงไม่แปลกที่หม่อมฉันจะไม่รู้จักวิธีการฝนหมึก”
ในโลกยุคปัจจุบันใช้กันแต่หมึกแห้ง คนสมัยใหม่มีคนไหนจะรู้จักวิธีฝนหมึกบ้างเล่า น้อยคนนักที่จะใช้พู่กัน
จวินเชียนเช่อไม่ได้ซักถามเรื่องนี้อีกต่อไป เขาถอนสายตากลับมา จากนั้นก็เริ่มต้นตรวจฎีกาต่อไป
ม่อชีชียังคงฝนหมึกต่อไปอีกครู่หนึ่ง กระทั่งข้อมือของนางเริ่มรู้สึกเจ็บ ๆ นางหมุนข้อมือตนพลางเอ่ยว่า
“ฝ่าบาท การฝนหมึกเป็นงานที่เหนื่อยเกินไปนะเพคะ”
“เจ้าเป็นคนใจร้อน การทำเช่นนี้จะช่วยให้เจ้าใจเย็นลง”
จวินเชียนเช่อไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ม่อชีชียกมือขึ้นทำท่ายิงปืนใส่จวินเชียนเช่อ นางหัวเราะขณะกล่าวคำ
“แหะแหะ ฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าการต้มโจ๊กง่ายกว่ากันเยอะเลย ให้หม่อมฉันต้มโจ๊กถวายดีกว่า หม่อมฉันจะหาใครสักคนมาช่วยหม่อมฉันคุมไฟ หม่อมฉันรับประกันว่า หม่อมฉันสามารถถวายโจ๊กที่พระองค์พอพระทัยได้”
การฝนหมึกไม่สนุกเอาเสียเลย
“เจ้าคือพระมารดาของแผ่นดิน หาใช่แม่ครัวไม่ เจ้าจะทำสิ่งที่เหมาะสมกับฐานะของเจ้าสักครั้งจะได้หรือไม่ ?”
ขณะมีถ้อยรับสั่งนั้น สายพระเนตรของเขาก็ยังคงไม่ละออกจากฎีกาที่อยู่ในพระหัตถ์
“งานฝนหมึกเหมาะสมกับฐานะของหม่อมฉันแล้วกระนั้นรึ ?” ประเดี๋ยวก็เหมือนกับต้มโจ๊กหรอกเพคะ !”
จวินเชียนเช่อไม่ใส่พระทัยนางอีกต่อไป
ม่อชีชีพิศรูปลักษณ์ราวหยกเนื้อดีของเขา คิ้วที่โก่งงามของเขาให้ความรู้สึกถึงความกล้าหาญ ยามนี้ริมฝีปากกำลังเม้มแน่นพร้อมกับคิ้วที่ขมวด น่าจะมีบางสิ่งที่ทำให้เขาหนักใจ ยิ่งเขาขมวดคิ้วมุ่นเช่นนี้ ยิ่งทำให้ผู้คนขวัญหาย
ครั้นเห็นเขายังคงเงียบงัน ม่อชีชีก็รั้งตัวเองกลับมาและกล่าวต่อไป
“ฝ่าบาท ในเมื่อพระองค์ไม่มีรับสั่งใด เช่นนั้นหม่อมฉันถือว่าทรงอนุญาตแล้วนะเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อน”
นางหันกายเตรียมก้าวผละไป
จู่ ๆ จวินเชียนเช่อก็คว้าข้อมือของม่อชีชี เขาออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย นางก็เซเข้าปะทะอ้อมอกของเขา
นัยน์ตาทั้งคู่ประสานสบกัน ม่อชีชีตกใจเล็กน้อย เมื่อต้องแนบชิดกันถึงเพียงนี้ นางหัวเราะอย่างเก้อ ๆ ขณะตบหน้าอกของเขาเบา ๆ
“ฝ่าบาท ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันหวังว่า หม่อมฉันคงไม่ทำให้พระองค์ได้รับบาดเจ็บนะเพคะ !”
นางไม่รู้ว่าทีท่ายามนี้ของนางนั้นค่อนข้างที่จะเย้ายวนใจเพศตรงข้าม สายพระเนตรของจวินเชียนเช่อทอดลงมองเนินไหล่เนียน ผิวพรรณที่เผยให้เห็นนั้นขาวผุดผ่องราวกับหิมะ เต็มไปด้วยเสน่ห์ ดึงดูดใจเป็นอย่างมาก
***จบตอน ฝนหมึกให้จวินเชียนเช่อ***
Powered By SK REALTY+