ครั้นเห็นใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของนาง ที่ยามนี้ราวกับลูกแพร์ที่กำลังเปียกปอน พระหทัยของจวินเชียนเช่อพลันอ่อนโยนลง เขาสาวพระบาทไปข้างหน้าจากนั้นก็ช่วยนางเช็ดคราบน้ำตา สุรเสียงของเขาแข็ง ขณะมีรับสั่งว่า
“เอาล่ะ หยุดร้องไห้ได้แล้ว จากนี้ไปเจ้าไม่ต้องปรุงอาหารอีกแล้ว”
ม่อชีชีเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า
“หม่อมฉันปรุงอาหารได้จริงๆ ครั้งนี้ทุกสิ่งเป็นความผิดของพระองค์”
อะไรถูกอะไรผิดควรพูดออกมาให้ชัดเจนสิ โอ๊ะ ! นี่ทำไมข้าต้องมาร้องไห้ต่อหน้าเขาด้วยเนี่ย ? น่าอายแท้ ๆ ข้าไม่ใช่คนที่จะร้องไห้ออกมาง่าย ๆ จะต้องเป็นเพราะโรคคิดถึงบ้านแน่ ๆ
จวินเชียนเช่อถอนหายใจ เขาฉวยข้อมือของนางพลางพาเดิน
“อั๋ยยะ ! นั่นพระองค์จะทำอะไรเพคะ ? พระองค์จะพาหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ ?”
ม่อชีชีต้องวิ่งเหยาะ ๆ ตามเท้าที่ก้าวยาว ๆ ของเขา
เพียงไม่นาน จวินเชียนเช่อก็ลากนางกลับไปที่พระตำหนักยวี่จิง
ม่อชีชีสะบัดมือของเขาออกด้วยความโกรธ
“พระองค์รับสั่งให้หม่อมฉันตามกลับพระตำหนักของพระองค์ดี ๆ ก็ได้ เหตุใดต้องลากหม่อมฉันมาเช่นนี้ด้วยเพคะ ? หม่อมฉันโตแล้ว หม่อมฉันเดินเองได้ อาการป่วยของพระองค์ดูท่าจะไม่ร้ายแรงกระไรนัก เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลานะเพคะ”
“หยุด”
จวินเชียนเช่อยั้งนางไว้อีกครั้ง
ม่อชีชีจ้องมองเขาอย่างหงุดหงิดขณะเอ่ยถาม
“มีอะไรอีกล่ะเพคะ ? พระองค์ต้องการจะสร้างเรื่องยุ่งยากให้หม่อมฉันอีกงั้นหรือเพคะ ?”
จวินเชียนเช่อลากนางไปยืนหน้าอ่างล้างหน้า ให้นางก้มลงมองในอ่างน้ำ
อ่างน้ำสะท้อนภาพม่อชีชีที่ใบหน้าเลอะเทอะราวกับแมวคราว
นางเงยหน้าขึ้นจ้องจวินเชียนเช่อด้วยความรันทด
“ทั้งหมดเป็นความผิดของพระองค์ หากพระองค์ไม่มีรับสั่งให้หม่อมฉันต้มโจ๊ก หม่อมฉันจะสกปรกถึงเพียงนี้รึ ?”
จวินเชียนเช่อเหนื่อยหน่ายเกินกว่าที่จะต่อล้อต่อเถียงกับนาง เขาหยิบผ้าขึ้นมาจุ่มน้ำ จากนั้นก็นำขึ้นมาบิดหมาด ก่อนจะใช้ทำความสะอาดใบหน้าให้นาง
ม่อชีชีตัวแข็ง นางกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“หม่อมฉันทำเองได้เพคะ”
จวินเชียนเช่อยื่นมืออีกข้างของเขาออกไปคว้ามือของนางไว้ จากนั้นก็ยังคงทำความสะอาดใบหน้าจิ้มลิ้มของนางด้วยตนเองต่อไป
ม่อชีชีนึกกระทบกระเทียบเขา ‘หรือพิษไข้จะส่งผลกระทบถึงสมองของไอ้บ้านี่นะ ? เขาถึงได้ใจดีถึงเพียงนี้ ที่นี่ก็ไม่มีผู้ใดเห็น จะมาแสดงออกราวกับว่ารักเพื่อ ? แต่การได้รับการดูแลจากฮ่องเต้เช่นนี้ช่างเป็นสิ่งล้ำค่าเสียเหลือเกิน หากย้อนเวลากลับไปได้จะต้องเอาไปโอ้อวดกับเพื่อน ๆ เสียหน่อยว่าคุณหนูผู้นี้ก็เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากฮ่องเต้ น้อยคนนักที่จะได้รับประสบการณ์เช่นนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า’
ในขณะที่ม่อชีชีกำลังงุนงงอยู่นั้น จวินเชียนเช่อก็ทำความสะอาดใบหน้าของนางเรียบร้อยแล้ว เขาดีดหน้าผากนางหนึ่งที
จินตนาการที่กำลังเพริศแพร้วของนางคืนกลับมาทันที นางลูบหน้าผากตนอย่างโกรธ ๆ พลางกล่าวว่า
“พระองค์ทรงทำอะไรเนี่ย ?”
จวินเชียนเช่อสาวพระบาทกลับไปยังโต๊ะทรงพระอักษร พลางรับสั่งเสียงเรียบเย็นว่า
“ช่วยเรา ฝนหมึกหน่อย”
ม่อชีชีชี้นิ้วเข้าหาตนเอง
“หม่อมฉันน่ะรึ ? ฝนหมึก ? หม่อมฉันสงสัยเหลือเกินว่าเหตุใดพระองค์ถึงต้องทำความสะอาดใบหน้าให้หม่อมฉันด้วย ! ที่แท้ทรงมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง !”
จวินเชียนเช่อผู้ซึ่งประทับอยู่บนพระที่ทอดพระเนตรมาที่นาง
ครั้นประสานเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยบารมีทั้งครอบงำผู้คนของเขา ความโกรธของม่อชีชีก็พลันเลือนหายอย่างรวดเร็ว นางทั้งไม่เต็มใจ และไม่ยินยอมที่จะเดินไปที่โต๊ะทรงพระอักษร และทำการฝนหมึก
จวินเชียนเช่อหยิบพู่กันขึ้นมาพร้อมกับทอดพระเนตรมองนาง
“ด้วยทักษะการฝนหมึกของเจ้า หวังว่าคงจะไม่ฝนหมึกถึงเที่ยงคืนหรอกนะ”
จินตนาการอันบรรเจิดของม่อชีชี ก็คือการได้สาดน้ำหมึกใส่หน้าจวินเชียนเช่อพร้อมกับยืนเท้าสะเอว กล่าวว่า อยากได้หมึกมากแค่ไหนล่ะ ? หมึกแค่นี้มากพอมั้ย ?
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า—-”
ม่อชีชีหัวเราะร่าอย่างมีความสุขกับจินตนาการของตนเอง
จวินเชียนเช่อตบโต๊ะอย่างรุนแรง
“ม่อชีชี—”
***จบตอน ฮองเฮาผู้กำลังทุกข์ตรม***
Powered By SK REALTY+