ม่อชีชีสังเกตได้ถึงสายพระเนตรของเขา นางรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกอย่างรวดเร็ว
“พระองค์ ทอดพระเนตรสิ่งใดเพคะ ?”
ชายแขนเสื้อสะบัดพริ้ว เผยให้เห็นท่อนแขนนวลเนียน อีกทั้งกำไลหยกดอกโบตั๋นที่แลดูงดงามสะดุดตา
ความโกรธภายในใจของจวินเชียนเช่อปะทุขึ้นทันที
ม่อชีชี สังเกตเห็นใบหน้าของเขาเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ นางเริ่มรู้สึกขยาด นางกล่าวขึ้นเบา ๆ ว่า
“ฝ่าบาท อนุญาตให้หม่อมฉันออกไปต้มโจ๊กถวายเถิดเพคะ ไม่ว่าผู้ใดหากได้กินโจ๊กของหม่อมฉันเป็นต้องชอบ ฝ่าบาทจะต้องพอพระทัยอย่างแน่นอน”
จวินเชียนเช่อบีบข้อมือของนาง ในแววตาของเขาเปล่งประกายอันตราย น้ำเสียงเย็นชาขณะเอ่ยถาม
“ผู้ใดเคยกินโจ๊กของเจ้ามาแล้วบ้าง ? เสด็จอาเจ็ดงั้นรึ ?”
“เสด็จอาเจ็ด ?”
ม่อชีชีสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ สายตาของนางตกลงบนกำไลหยกขาวที่อยู่ในข้อมือ นางแอบคิด : อย่าบอกนะว่าเขารู้ว่ากำไลหยกขาวนี้ได้มาจากเสด็จอาเจ็ด ? หากเป็นเช่นนั้น เรื่องที่นางโกหกก่อนหน้านี้ว่าไม่รับของกำนัลก็นับได้ว่าหลอกลวงเบื้องสูงสิเนี่ย ? นางทำไปแล้ว จะแก้ตัวยังไงล่ะทีเนี้ย ? ประเดี๋ยวก่อน นางไม่ควรจะตื่นตกใจ กำไลนี้มาจากเจียงหนาน ไม่น่าเป็นไปได้ว่าฮ่องเต้จะเคยทอดพระเนตรเห็นมาก่อน อีกทั้งท่านอ๋องชีเสียนก็เพิ่งมอบเป็นของกำนัลให้นางเมื่อวานนี้เอง มีเพียงนาง ท่านอ๋องชีเสียน และปั้นเซียงเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ไม่มีทางที่จวินเชียนเช่อจะรู้เรื่องนี้ บางทีที่เขาถามเรื่องนี้อาจเป็นเพราะ เขาไม่พอใจที่นางได้พบกับท่านอ๋องชีเสียนเมื่อวานนี้ บางทีอาจไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับกำไลหยกขาวนี้ก็เป็นได้ ใจเย็น ใจเย็น อย่าตระหนก
นางมองจวินเชียนเช่อพลางหัวเราะอย่างมีเสน่ห์
“ฝ่าบาท ทรงรับสั่งเรื่องอะไรเพคะ ? ไยหม่อมฉันต้องต้มโจ๊กให้ท่านอ๋องชีเสียนด้วย ? หม่อมฉันต้มโจ๊กให้บิดามารดารวมถึงพี่ชายของหม่อมฉันเท่านั้น ผู้อื่นไม่คู่ควรที่จะได้ลิ้มรสหรอกเพคะ ทว่าหากฝ่าบาท ทรงมีพระประสงค์จะลองชิม หม่อมฉันก็ยินดีที่จะปรุงถวายเพคะ”
จวินเชียนเช่อผลักนางออกอย่างเย็นชา
“ไม่จำเป็น เรายังไม่หิว ฝนหมึกของเจ้าต่อไปเถอะ”
ครั้นนางได้ยินคำว่า ‘ฝนหมึก’ ม่อชีชีก็ก้าวไปยืนข้างเขาอย่างไม่เต็มใจ พลางก้มหน้าฝนหมึกต่อไป และแล้วนางก็นึกขึ้นมาได้ นางเอ่ยถามว่า
“ฝ่าบาท พระองค์กำลังทรงพระประชวรอยู่นะเพคะ เหตุใดน้องหญิงหยางไม่มาถวายการดูแล ?”
จวินเชียนเช่อมองนางด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้ากำลังจะหมายสิ่งใด ?”
ม่อชีชียิ้มอย่างอึดอัดใจ
“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ได้หมายอะไรทั้งนั้นเพคะ หม่อมฉันเพียงอยากทูลถามพระองค์ว่า ทักษะในการฝนหมึกของน้องหญิงหยางนั้นดีเพียงใด ?”
จวินเชียนเช่อกล่าวอย่างเย็นชา
“ซื่อหานฝนหมึกได้ดีจริง ๆ เจ้าควรที่จะเรียนรู้จากนาง”
“แหะแหะ ฝ่าบาท หม่อมฉันไร้พรสวรรค์ด้านการฝนหมึก ในเมื่อน้องหญิงหยางนั้นทำได้ดี ทั้งยังต้องตามพระประสงค์ ก็แล้วเหตุใดพระองค์ไม่ให้น้องหญิงหยางฝนหมึกถวายเล่าเพคะ ? หม่อมฉันฝนหมึกอยู่ที่นี่ก็รังแต่จะทำให้พระองค์ไม่พอพระทัย เช่นนั้นเหตุใดไม่ส่งคนไปเชิญน้องหญิงหยางมา หากมีน้องหญิงหยางอยู่ที่นี่ พระอารมณ์ของพระองค์ก็จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ครั้นพระอารมณ์ดีขึ้น พระอาการประชวรก็ย่อมจะดีขึ้นในเร็ววัน ราชภารกิจก็จะได้รับการสะสางอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ภายหลังจากหมดเรื่องยุ่ง ๆ นั้นแล้ว พระองค์และน้องหญิงหยางก็จะได้กระหนุงกระหนิงกัน เรียกได้ว่าเคลื่อนไหวเพียงครั้ง ก็ยังความสำเร็จถึงสามประการ ไยจะไม่ใช่วิธีที่ดีเล่าเพคะ !”
เจ้ายังตำหนิเราเรื่องรับซื่อหานเข้าฝ่ายในกระนั้นรึ ? น้ำเสียงของจวินเชียนเช่อราบเรียบ
***จบตอน เจ้าตำหนิเรา***
Powered By SK REALTY+