ตอนที่ 30 จะฉุนเฉียวทำไมเนี่ย ?

ม่อชีชียกมือขึ้นโบกอย่างรวดเร็ว “ไม่ ! ไม่เพคะ ! ฝ่าบาท หม่อมฉันสาบานต่อสวรรค์ หม่อมฉันไม่เคยนึกตำหนิที่พระองค์รับหยางซื่อหานเข้าฝ่ายในเพคะ แท้จริงแล้ว หม่อมฉันมีความสุขมากด้วยซ้ำ หม่อมฉันจะกล้าตำหนิพระองค์ได้เช่นไร ? หม่อมฉันเคยทูลพระองค์แล้วว่า นับจากนี้ไปหม่อมฉันจะเป็นฮองเฮาผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม”

 

“ที่เราโปรดปรานซื่อหาน เจ้าไม่ได้ไม่พอใจงั้นรึ ?” จวินเชียนเช่อเอ่ยถาม

 

แววตาของม่อชีชีนั้นจริงจัง นางพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น น้ำเสียงของนางจริงใจขณะกล่าวคำ “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลยแม้แต่น้อยที่พระองค์โปรดปรานหยางกุ้ยเฟย พระองค์ทรงเป็นถึงโอรสสวรรค์ เป็นฮ่องเต้ของชาวประชา ขึ้นกับน้ำพระทัยจะโปรดปรานผู้ใดไม่โปรดปรานผู้ใด หม่อมฉันไม่เพียงจะไม่ก้าวก่าย ทว่าหม่อมฉันจะให้การสนับสนุนด้วยเพคะ” 

 

จวินเชียนเช่อประเมินการแสดงออกของนาง หัวใจของเขารู้สึกไม่เป็นสุขเล็ก ๆ ที่เห็นนางไร้ซึ่งความริษยาอย่างแท้จริง

 

ชั่วขณะนั้นม่อชีชีก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ทว่าฝ่าบาท จากที่เรากำลังสนทนากันอยู่นี้ หม่อมฉันมีบางอย่างทูลเสนอเพคะ”

 

“เสนองั้นรึ ?” จวินเชียนเช่อกล่าวเยาะ ๆ ขณะสายพระเนตรยังคงจับจ้องมองฎีกาในพระหัตถ์ “ว่ามา”

 

“ทูลฝ่าบาท แม้ว่าความรักที่พระองค์มีต่อน้องหญิงหยางจะนำพาความสุขมาให้ ทว่าฝ่าบาทหาใช่คนทั่วไปไม่ ทรงเป็นถึงฮ่องเต้ ฮ่องเต้ไม่สมควรทุ่มเทความรักให้กับคนเพียงคนเดียวนะเพคะ แม้ว่าพระองค์และน้องหญิงหยางจะมีความรักลึกซึ้งต่อกัน ทว่าพระองค์ก็ต้องไม่ทรงละเลยบรรดาพระสนมพระชายานะเพคะ” ว่ากันตามตรงนะ  นางไม่สนใจชีวิตรักของฮ่องเต้หรอก แต่เป็นเพราะบรรดาพระสนมพระชายาที่ยกขโยงมาพร่ำบ่นให้นางฟังทุกเช้าต่างหาก น่ารำคาญจริง ไยนางต้องมาตามเช็ดตามล้างไอ้เรื่องพวกนี้ให้เขาด้วยเนี่ย ?

 

แววตาของจวินเชียนเช่อปรากฏร่องรอยขบขัน “ฮองเฮาหึงกระนั้นรึ ?”

 

“ฝ่าบาท อย่าใส่ร้ายหม่อมฉันสิเพคะ ! หม่อมฉันหาได้หึงน้องหญิงหยางไม่ นับแต่น้องหญิงหยางเข้าวัง ฝ่าบาทก็ประทับอยู่กับนางทุกราตรี บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็ไม่กล้าที่จะโวยวายกับพระองค์ ทว่าพวกนางกลับมาโวยวายให้หม่อมฉันฟังแทน นับเป็นเรื่องยากสำหรับหม่อมฉันนะเพคะ อ้า…”

 

“เจ้าคือฮองเฮา การดูแลฝ่ายในให้สมานฉันท์กลมเกลียวนับเป็นความรับผิดชอบของเจ้า ทั้งอยู่ในอำนาจของเจ้า” จวินเชียนเช่อรับสั่งอย่างง่าย ๆ 

 

ในใจม่อชีชีนึกสาปแช่ง แม่งเอ๊ย ! พูดพล่อย ๆ ! “แหะแหะ แม้ว่าฝ่ายในจะอยู่ในความรับผิดชอบของหม่อมฉัน ทว่าฝ่าบาทก็ต้องไม่ทรงทำให้หม่อมฉันยุ่งยากด้วยนะเพคะ มีเนื้อเพียงหยิบมือเมื่อเทียบกับผู้คนมากมาย แล้วฝ่าบาทก็ประทานเนื้อเพียงหยิบมือนั้นให้แก่น้องหญิงหยาง คนที่เหลือจะมีความสุขได้อย่างไรเพคะ ? จะให้หม่อมฉันทำเช่นไร ? มองหาเนื้ออื่นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนรึเพคะ ?”

 

จวินเชียนเช่อจ้องมองนาง ม่อชีชีขวัญผวา หัวใจดวงน้อย ๆ ของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น นางรีบหัวเราะ “แหะแหะ ล้อเล่นเพคะ ที่หม่อมฉันร่ายมาซะยืดยาว ก็เพียงเพื่อจะทูลพระองค์ว่า หม่อมฉันปรารถนาให้พระองค์ประทานความเป็นธรรมแก่ทุกคน เพื่อที่ว่าฝ่ายในจะได้สงบและสันติ เมื่อนั้นพระองค์ก็จะได้ทรงจดจ่อกับงานราชกิจได้อย่างเต็มที่” 

 

“ฮองเฮากำลังจะบอกกับเราว่า เราไม่ควรไปเยือนตำหนักหยางกุ้ยเฟยกระนั้นหรือ ?”

 

“ทูลฝ่าบาท ทรงตีความเจตนาของหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันมิได้ห้ามไม่ให้พระองค์เสด็จไปที่ตำหนักของน้องหญิงหยาง หม่อมฉันเพียงปรารถนาให้ฝ่าบาททรงประทับแรมที่พระตำหนักอื่นบ้างเป็นบางครั้งคราวเพคะ หากเป็นเช่นนั้นผู้อื่นก็จะได้เข้าใจว่าพระองค์มิได้ทรงโปรดปรานคนเพียงผู้เดียว พวกนางก็จะได้มีความหวังขึ้นมาบ้างเพคะ” ด้วยวิธีนี้ยายทวดผู้นี้ก็สามารถปิดปากบรรดาพระสนมพระชายาได้แล้ว จะได้มีเวลาสงบ เพื่อที่จะหาหนทางกลับบ้านกับเขาบ้าง

“เช่นนั้น ตามความเห็นของฮองเฮาแล้ว เราควรจะไปเยือนตำหนักใดเล่า ? ไยไม่เป็นตำหนักฮองเฮา ?” ทันใดนั้นเขาก็โน้มกายเข้าใกล้นางพลางกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

ม่อชีชีรีบปฏิเสธอย่างร้อนรน “ไม่เป็นการดีเพคะ”

 

ความโกรธฉายวาบในแววตาของจวินเชียนเช่อ

 

ม่อชีชีขยับกายออกห่างพลางกล่าวอย่างกล้าหาญ “ทูลฝ่าบาท นับแต่หม่อมฉันพลัดตกจากหอชมจันทร์ หม่อมฉันก็ต้องทนทุกข์กับอาการปวดศีรษะ หม่อมฉันเกรงว่าจะไม่อาจถวายการปรนนิบัติ หากพระองค์ไม่ประสงค์จะไปเยือนตำหนักอื่น เช่นนั้นก็ไปเยือนตำหนักหยางกุ้ยเฟยเช่นเดิมเถิดเพคะ ! หม่อมฉันจะพยายามรักษาความสงบของฝ่ายในอย่างดีที่สุด หม่อมฉันก็เพียงต้องการถวายคำแนะนำ ฝ่าบาทโปรดปรานน้องหญิงหยางนัก ทว่าอย่าลืมคุมกำเนิดล่ะเพคะ ! หม่อมฉันได้ยินมาว่าฝ่าบาทและน้องหญิงหยางต่างก็เป็นลูกพี่ลูกน้อง นับว่ามีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือด หากน้องหญิงหยางตั้งครรภ์มังกร จะไม่เป็นผลดีต่อเด็กนะเพคะ ! พระองค์เคยได้ยินบ้างหรือไม่ว่าเด็กที่เกิดจากบิดามารดาที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดนั้นมักจะป่วยง่าย ? เด็กเหล่านั้นจะมีปัญหาด้านสุขภาพตามมาอีกมากมาย จากนั้นไม่เพียงจะทำให้ราชวงศ์ต้องเสียหน้า น้องหญิงหยางเองก็ต้องทนทุกข์เช่นกัน นั่นเป็นเหตุที่ว่าไยพระองค์ถึงต้องทรงจำให้มั่นว่าต้องคุมกำเนิด จริง ๆ แล้วการคุมกำเนิดก็มีหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น…”

 

“ออกไปได้แล้ว !” สุรเสียงของจวินเชียนเช่อเต็มไปด้วยความกริ้ว

 

ม่อชีชีตกใจ นางจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ “จะฉุนเฉียวทำไมเนี่ย ?” 

 

***จบตอน จะฉุนเฉียวทำไมเนี่ย ?***

Novel
Novel