ม่อชีชีแทบจะขุดรูหนี หยางซื่อหานผู้นี้ได้รับความโปรดปรานจากจวินเชียนเช่อมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว แน่ใจนะว่านางไม่เข้าใจเรื่องปากแตกนั่นน่ะ ? หรือนางจงใจฉีกหน้าข้าต่อหน้าบรรดาขุนนางอำมาตย์ ?
“แหะแหะ ฝ่าบาท เสวยผักสักนิดนะเพคะ”
ม่อชีชีรีบเอาใจจวินเชียนเช่อ นางคีบผักส่งให้เขา พร้อมกับยิ้มประจบ นางออกจะน่ารักแสนดีขนาดนี้ เขาก็ไม่ควรที่จะแล้งน้ำใจใช่มั้ย
ครั้นเห็นจวินเชียนเช่อยังคงทอดพระเนตรนิ่งเฉย นางก็คีบผักจ่อปากของเขา พร้อมส่งเสียง
“อ้า…”
จวินเชียนเช่อขมวดคิ้ว ทว่าก็ยังคงอ้าปากรับในที่สุด ม่อชีชีรีบยัดผักใส่ปากเขาอย่างรวดเร็ว เพื่อที่เขาจะได้ไม่ปากโป้งว่าผู้ใดกัดริมฝีปากของเขา หากไทเฮาทรงทราบ แน่นอนว่าลูกสะใภ้ผู้นี้ต้องดับอนาถอย่างแน่นอน
ทว่าด้วยการกระทำที่สนิทสนมของทั้งคู่ ทุกผู้คนต่างก็คาดเดาได้ไม่ยาก แม้ว่าพวกเขาจะไม่เอ่ยออกมาก็ตาม พระศอของฮองเฮาก็มีรอยจูบ ส่วนริมพระโอษฐ์ของฮ่องเต้เล่าก็มีคราบพระโลหิต ดู ๆ ไปแล้วทั้งคู่ไม่เพียงจะรักใคร่ ทว่ายังเร่าร้อนอีกต่างหาก
แววตาของท่านอ๋องชีเสียนปรากฏประกายแห่งความสูญเสียล้ำลึก เขายกจอกสุราขึ้นกระดก 3 จอกรวด
จวินเชียนเช่อสังเกตเห็นความไม่พอใจนั้น พลันแววตาของเขาก็ฉายประกายเจ้าเล่ห์
ภายหลังงานพระราชทานเลี้ยงสิ้นสุด ม่อชีชีก็รีบกลับพระตำหนักเฟิ่งหยาง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ล้วนแล้วแต่น่าตระหนกชวนให้ผู้คนขวัญผวาเสียจริง วิญญาณของนางเกือบจะโบยบินออกนอกร่าง นางสาบานกับตนเองว่านับแต่นี้ไปจะต้องอยู่ให้ห่างจากจวินเชียนเช่อ การอยู่ใกล้ชิดเขานั้นอันตรายเกินไป พูดผิดเพียงนิดชีวิตอาจปลิดปลิว
ปั้นเซียงกล่าวอย่างมีความสุข
“ฮองเฮา ความสัมพันธ์ระหว่างพระนางกับฝ่าบาทนั้นดีกว่าที่ผ่านมามากนักนะเพคะ ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะทรงเบื่อหน่ายหยางกุ้ยเฟยแล้ว พระทัยของฝ่าบาทจึงกลับคืนมาหาพระนาง”
ม่อชีชีทำสีหน้าราวกับพยายามเหวี่ยงงูให้พ้นคอ พลางกล่าวว่า
“พอได้แล้ว ข้าไม่ต้องการมีสัมพันธ์อันดีกับเขา จะเป็นการดีกว่า ต่อให้ตายก็อย่าได้ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน”
“ผู้ใดกัน ที่เจ้าว่าต่อให้ตายก็อย่าได้ล้ำเส้น”
จู่ ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟังพลันดังขึ้น
ม่อชีชีผู้ซึ่งกำลังจิบชา พ่นชาพรวดออกจากปากทันที นางหันไปมองด้วยความตกใจ
“ฝะ ฝ่าบาท เหตุใดพระองค์จึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะเพคะ ? แหะแหะ หม่อมฉันเพียงพูดเล่นกับปั้นเซียงเพคะ !”
เขามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ คิดจะทำให้ผู้คนตกใจตายใช่มั้ยเนี่ย ?
จวินเชียนเช่อจ้องมองอย่างไม่สบพระอารมณ์นัก
“เจ้าคือฮองเฮา รักษากิริยาหน่อย”
“เพคะ” ม่อชีชีเอออออย่างว่าง่าย
จวินเชียนเช่อเดินไปประทับนั่งบนพระเก้าอี้ ม่อชีชีก็รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว พลางกล่าวขำ ๆ
“ฝ่าบาท ละครก็จบลงแล้ว ม่านก็ปิดฉากแล้ว พระองค์มิต้องเสด็จมาที่นี่ก็ได้เพคะ !”
“ละครงั้นรึ ?” จวินเชียนเช่อจ้องมองนาง
“เพคะ วันนี้บิดาและพี่ชายของหม่อมฉันกลับมาพร้อมด้วยชัยชนะ เช่นนั้นฝ่าบาทและหม่อมฉันจึงจำต้องกระทำตนเป็นคู่รักหวานแหววให้พวกเขาได้เห็น เพื่อที่พวกเขาจะได้สบายใจ และถวายการรับใช้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป” ม่อชีชีกล่าวอย่างสำรวม
ทันใดนั้นเองจวินเชียนเช่อก็ยิ้มแปลก ๆ
“ในเมื่อเจ้าก็รู้อยู่ว่ามันเป็นเพียงละคร ก็แล้วไยเจ้าจึงลงเล่นด้วย ?”
เขารู้จักนางดี นางจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หากตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อนางในค่ำคืนนี้นั้นเป็นเพียงการเล่นละคร
“เพราะหม่อมฉันคือฮองเฮาอย่างไรเล่าเพคะ การคิดในนามของพระองค์คือหน้าที่พึงกระทำของหม่อมฉัน”
ม่อชีชีกล่าวออกมาอย่างสบาย ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่งดงาม
ในทางกลับกัน จวินเชียนเช่อกลับเย็นชา
“เจ้าใจกว้างมากกว่าก่อนนัก”
“ขอบพระทัยสำหรับคำชมเพคะ หม่อมฉันจะพยายามให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเพคะ”
ม่อชีชีสาบานกับตนเองว่าจะต้องสวมบทบาทฮองเฮาผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมจนถึงที่สุด
สีพระพักตร์ของจวินเชียนเช่อไม่ได้แสดงออกสักส่วนเสี้ยวว่าพอพระทัย แท้จริงแล้ว เขากลับยิ่งเย็นชาหนักกว่าเดิม
“ในเมื่อบิดากับพี่ชายของเจ้าก็กลับมาแล้ว เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็สมควรกลับจวนเจิ้นกว๋อกง เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาอย่างพร้อมหน้า”
“ฝ่าบาท คืนนี้หม่อมฉันก็ได้พบหน้าพวกเขาแล้ว พรุ่งนี้หม่อมฉันยังจะต้องกลับบ้านอีกหรือเพคะ ?”
นางยังมีภารกิจต้องตามหาส้วม ทั้งยังต้องหาวิธีกลับคืนสู่ยุคสมัยของตน นางไม่ปรารถนาที่จะชมนกชมไม้ให้เสียเวลา
“นี่คือพระบัญชา ฮองเฮาจะขัดพระบัญชาเรางั้นหรือ ?”
เขาชำเลืองมองนางอย่างเลือดเย็น
ม่อชีชีผวา “หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ”
น้ำเสียงเหวี่ยงแบบนี้หมายความเช่นไร ? ยิ่งมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มพูนอำนาจบารมีให้แก่เจิ้นกว๋อกงมากขึ้นเท่านั้น เขาก็ยิ่งไม่ไว้ใจตระกูลม่อ และฮองเฮาผู้นี้ แต่นี่เขาสั่งให้นางกลับจวน เขาพยายามกระทำการใด ? ด้วยความที่ขลุกอยู่กับหนังสือประวัติศาสตร์มานานหลายปี บางสิ่งบางอย่างบอกนางว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
“เช่นนั้นก็พักผ่อนเถิด”
จวินเชียนเช่อลุกขึ้น จากนั้นก็เสด็จจากไป
ระลอกคลื่นถาโถมเข้าสู่หัวใจของม่อชีชี ตำแหน่งนี้ช่างอยู่ยากเสียเหลือเกิน
นางเดินไปเดินมาหน้าคันฉ่อง ครั้นเห็นรอยจูบบนลำคอ นางก็ฉุนกึก
“จวินเชียนเช่อ ไอ้ชาติชั่ว ท่านมันไม่ใช่คน”
“ปั้นเซียง เตรียมน้ำให้ข้าที ! ข้าต้องการอาบน้ำ !”
ปั้นเซียงงงงวย “ฮองเฮาเพคะ มิใช่ว่าพระนางสรงน้ำที่สระมังกรเรียบร้อยแล้วหรอกหรือเพคะ ?”
“แน่ล่ะ ก็เพราะอาบน้ำในสระมังกรน่ะสิ ข้าจึงต้องทำความสะอาดให้หมดจดอีกรอบ ! อ้อ ! แล้วก็เตรียมน้ำสำหรับบ้วนปากอีกสิบถ้วยด้วยล่ะ”
แท้จริงแล้วนางถูกไอ้ชาติชั่วนั่นเอาเปรียบ อ๊าาาาา น่าขยะแขยงเป็นที่สุด
***จบตอน การเป็นฮองเฮาช่างยากเย็น***
Powered By SK REALTY+