ตอนที่ 17 การเป็นฮองเฮาช่างยากเย็น

ม่อชีชีแทบจะขุดรูหนี หยางซื่อหานผู้นี้ได้รับความโปรดปรานจากจวินเชียนเช่อมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว แน่ใจนะว่านางไม่เข้าใจเรื่องปากแตกนั่นน่ะ ? หรือนางจงใจฉีกหน้าข้าต่อหน้าบรรดาขุนนางอำมาตย์ ?

 

“แหะแหะ ฝ่าบาท เสวยผักสักนิดนะเพคะ”

 

ม่อชีชีรีบเอาใจจวินเชียนเช่อ นางคีบผักส่งให้เขา พร้อมกับยิ้มประจบ นางออกจะน่ารักแสนดีขนาดนี้ เขาก็ไม่ควรที่จะแล้งน้ำใจใช่มั้ย

 

ครั้นเห็นจวินเชียนเช่อยังคงทอดพระเนตรนิ่งเฉย นางก็คีบผักจ่อปากของเขา พร้อมส่งเสียง

“อ้า…”

 

จวินเชียนเช่อขมวดคิ้ว ทว่าก็ยังคงอ้าปากรับในที่สุด ม่อชีชีรีบยัดผักใส่ปากเขาอย่างรวดเร็ว เพื่อที่เขาจะได้ไม่ปากโป้งว่าผู้ใดกัดริมฝีปากของเขา หากไทเฮาทรงทราบ แน่นอนว่าลูกสะใภ้ผู้นี้ต้องดับอนาถอย่างแน่นอน 

 

ทว่าด้วยการกระทำที่สนิทสนมของทั้งคู่ ทุกผู้คนต่างก็คาดเดาได้ไม่ยาก แม้ว่าพวกเขาจะไม่เอ่ยออกมาก็ตาม  พระศอของฮองเฮาก็มีรอยจูบ  ส่วนริมพระโอษฐ์ของฮ่องเต้เล่าก็มีคราบพระโลหิต ดู ๆ ไปแล้วทั้งคู่ไม่เพียงจะรักใคร่ ทว่ายังเร่าร้อนอีกต่างหาก

 

แววตาของท่านอ๋องชีเสียนปรากฏประกายแห่งความสูญเสียล้ำลึก เขายกจอกสุราขึ้นกระดก 3 จอกรวด 

 

จวินเชียนเช่อสังเกตเห็นความไม่พอใจนั้น พลันแววตาของเขาก็ฉายประกายเจ้าเล่ห์

 

ภายหลังงานพระราชทานเลี้ยงสิ้นสุด  ม่อชีชีก็รีบกลับพระตำหนักเฟิ่งหยาง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ล้วนแล้วแต่น่าตระหนกชวนให้ผู้คนขวัญผวาเสียจริง วิญญาณของนางเกือบจะโบยบินออกนอกร่าง นางสาบานกับตนเองว่านับแต่นี้ไปจะต้องอยู่ให้ห่างจากจวินเชียนเช่อ  การอยู่ใกล้ชิดเขานั้นอันตรายเกินไป พูดผิดเพียงนิดชีวิตอาจปลิดปลิว

 

ปั้นเซียงกล่าวอย่างมีความสุข

 

“ฮองเฮา ความสัมพันธ์ระหว่างพระนางกับฝ่าบาทนั้นดีกว่าที่ผ่านมามากนักนะเพคะ ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะทรงเบื่อหน่ายหยางกุ้ยเฟยแล้ว พระทัยของฝ่าบาทจึงกลับคืนมาหาพระนาง”

 

ม่อชีชีทำสีหน้าราวกับพยายามเหวี่ยงงูให้พ้นคอ พลางกล่าวว่า

 

“พอได้แล้ว ข้าไม่ต้องการมีสัมพันธ์อันดีกับเขา จะเป็นการดีกว่า ต่อให้ตายก็อย่าได้ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน”

 

“ผู้ใดกัน ที่เจ้าว่าต่อให้ตายก็อย่าได้ล้ำเส้น”

 

จู่ ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟังพลันดังขึ้น

 

ม่อชีชีผู้ซึ่งกำลังจิบชา พ่นชาพรวดออกจากปากทันที นางหันไปมองด้วยความตกใจ

 

“ฝะ ฝ่าบาท เหตุใดพระองค์จึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะเพคะ ? แหะแหะ หม่อมฉันเพียงพูดเล่นกับปั้นเซียงเพคะ !” 

 

เขามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ คิดจะทำให้ผู้คนตกใจตายใช่มั้ยเนี่ย ? 

 

จวินเชียนเช่อจ้องมองอย่างไม่สบพระอารมณ์นัก

 

“เจ้าคือฮองเฮา รักษากิริยาหน่อย”

 

“เพคะ” ม่อชีชีเอออออย่างว่าง่าย

 

จวินเชียนเช่อเดินไปประทับนั่งบนพระเก้าอี้ ม่อชีชีก็รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว พลางกล่าวขำ ๆ

 

“ฝ่าบาท ละครก็จบลงแล้ว ม่านก็ปิดฉากแล้ว พระองค์มิต้องเสด็จมาที่นี่ก็ได้เพคะ !”

 

“ละครงั้นรึ ?” จวินเชียนเช่อจ้องมองนาง

 

“เพคะ วันนี้บิดาและพี่ชายของหม่อมฉันกลับมาพร้อมด้วยชัยชนะ เช่นนั้นฝ่าบาทและหม่อมฉันจึงจำต้องกระทำตนเป็นคู่รักหวานแหววให้พวกเขาได้เห็น เพื่อที่พวกเขาจะได้สบายใจ และถวายการรับใช้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป” ม่อชีชีกล่าวอย่างสำรวม

 

ทันใดนั้นเองจวินเชียนเช่อก็ยิ้มแปลก ๆ

 

“ในเมื่อเจ้าก็รู้อยู่ว่ามันเป็นเพียงละคร ก็แล้วไยเจ้าจึงลงเล่นด้วย ?”

 

เขารู้จักนางดี นางจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หากตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อนางในค่ำคืนนี้นั้นเป็นเพียงการเล่นละคร

 

“เพราะหม่อมฉันคือฮองเฮาอย่างไรเล่าเพคะ การคิดในนามของพระองค์คือหน้าที่พึงกระทำของหม่อมฉัน”

 

ม่อชีชีกล่าวออกมาอย่างสบาย ๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่งดงาม

 

ในทางกลับกัน จวินเชียนเช่อกลับเย็นชา

 

“เจ้าใจกว้างมากกว่าก่อนนัก”

 

“ขอบพระทัยสำหรับคำชมเพคะ หม่อมฉันจะพยายามให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเพคะ” 

 

ม่อชีชีสาบานกับตนเองว่าจะต้องสวมบทบาทฮองเฮาผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมจนถึงที่สุด

 

สีพระพักตร์ของจวินเชียนเช่อไม่ได้แสดงออกสักส่วนเสี้ยวว่าพอพระทัย แท้จริงแล้ว เขากลับยิ่งเย็นชาหนักกว่าเดิม

 

“ในเมื่อบิดากับพี่ชายของเจ้าก็กลับมาแล้ว เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็สมควรกลับจวนเจิ้นกว๋อกง เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาอย่างพร้อมหน้า” 

 

“ฝ่าบาท คืนนี้หม่อมฉันก็ได้พบหน้าพวกเขาแล้ว พรุ่งนี้หม่อมฉันยังจะต้องกลับบ้านอีกหรือเพคะ ?”

 

นางยังมีภารกิจต้องตามหาส้วม ทั้งยังต้องหาวิธีกลับคืนสู่ยุคสมัยของตน นางไม่ปรารถนาที่จะชมนกชมไม้ให้เสียเวลา

 

“นี่คือพระบัญชา ฮองเฮาจะขัดพระบัญชาเรางั้นหรือ ?”

 

เขาชำเลืองมองนางอย่างเลือดเย็น

 

ม่อชีชีผวา “หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ”

 

น้ำเสียงเหวี่ยงแบบนี้หมายความเช่นไร ? ยิ่งมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองมากเท่าไหร่  ก็ยิ่งเพิ่มพูนอำนาจบารมีให้แก่เจิ้นกว๋อกงมากขึ้นเท่านั้น เขาก็ยิ่งไม่ไว้ใจตระกูลม่อ และฮองเฮาผู้นี้  แต่นี่เขาสั่งให้นางกลับจวน  เขาพยายามกระทำการใด ? ด้วยความที่ขลุกอยู่กับหนังสือประวัติศาสตร์มานานหลายปี บางสิ่งบางอย่างบอกนางว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล

 

“เช่นนั้นก็พักผ่อนเถิด”

 

จวินเชียนเช่อลุกขึ้น จากนั้นก็เสด็จจากไป

 

ระลอกคลื่นถาโถมเข้าสู่หัวใจของม่อชีชี ตำแหน่งนี้ช่างอยู่ยากเสียเหลือเกิน

 

นางเดินไปเดินมาหน้าคันฉ่อง ครั้นเห็นรอยจูบบนลำคอ นางก็ฉุนกึก

 

“จวินเชียนเช่อ ไอ้ชาติชั่ว ท่านมันไม่ใช่คน”

 

“ปั้นเซียง เตรียมน้ำให้ข้าที ! ข้าต้องการอาบน้ำ !”

 

ปั้นเซียงงงงวย “ฮองเฮาเพคะ มิใช่ว่าพระนางสรงน้ำที่สระมังกรเรียบร้อยแล้วหรอกหรือเพคะ ?”

 

“แน่ล่ะ ก็เพราะอาบน้ำในสระมังกรน่ะสิ ข้าจึงต้องทำความสะอาดให้หมดจดอีกรอบ ! อ้อ ! แล้วก็เตรียมน้ำสำหรับบ้วนปากอีกสิบถ้วยด้วยล่ะ” 

 

แท้จริงแล้วนางถูกไอ้ชาติชั่วนั่นเอาเปรียบ อ๊าาาาา น่าขยะแขยงเป็นที่สุด

 

***จบตอน การเป็นฮองเฮาช่างยากเย็น***

Novel
Novel