ตอนที่ 15 ยื่นมือช่วยเหลือ

ก่อนที่จะกลับคืนสู่ห้วงเวลาของตนได้  นางไม่ต้องการที่จะสร้างศัตรู  เช่นนั้นก็จำเป็นที่จะต้องยื่นมือช่วยเหลือ

 

“ใส่ร้ายงั้นรึ ? สายตาของข้าไม่เคยพลาด เพียงมองเจ้าปราดเดียว…”

 

“ท่านพ่อ”

 

ม่อชีชีกล่าวขัดจังหวะได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ นางหัวเราะ 

 

“ท่านพ่อต้องไม่เชื่อข่าวลือที่ไร้เหตุผลเหล่านั้น บางคนก็ชอบสร้างเรื่องโดยการกระพือข่าวซุบซิบนินทาตอกไข่ใส่สี แท้จริงแล้วการรับน้องหญิงหยางเข้าฝ่ายในเป็นความคิดของข้าเอง น้องหญิงหยางไม่เพียงแต่จะรูปโฉมหมดจดงดงามเท่านั้น จรรยามารยาทนางก็ถึงพร้อม ทั้งนามของนางก็เป็นมงคล ซื่อหานหมายถึงสตรีผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดีพร้อม น้องหญิงหยางย่อมต้องใช้ชีวิตตามความหมายแห่งนามอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่ฮ่องเต้ที่พึงพระทัยนาง ข้าเองก็ชื่นชอบนาง นั่นคือเหตุที่ว่าไยข้าจึงรับนางเข้าฝ่ายใน นับตั้งแต่นางเข้าฝ่ายใน น้องหญิงหยางกับข้าก็มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งสัมพันธ์ระหว่างข้าและฝ่าบาทก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย ข้าและฝ่าบาทไม่เคยหมางใจกันเพราะน้องหญิงหยาง เช่นนั้นท่านพ่อจะต้องไม่เข้าใจนางผิด ๆ ”

 

สีหน้าของเจิ้นกว๋อกงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง

 

“ที่ฮองเฮารับสั่งมาเป็นความจริงรึพ่ะย่ะค่ะ ?”

 

“ไม่มีสิ่งใดที่จะจริงแท้ยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว ฮ่องเต้ทรงมีพระเมตตาต่อข้ามากจริง ๆ”

 

ม่อชีชีหันไปสบตาจวินเชียนเช่อ ทั้งสองส่งยิ้มให้แก่กัน

 

เจิ้นกว๋อกงพยักหน้าหงึกหงัก 

 

“หากเป็นเช่นนั้น บิดาก็หมดห่วงแล้ว !”

 

เพียงไม่กี่ประโยคของม่อชีชีก็ทำให้พายุลูกใหญ่สงบลงได้

 

เจิ้นกว๋อกงเพ่งพิศธิดาของตน เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในตัวนาง ที่ผ่านมา หากมีโอกาสเช่นนี้ นางไม่เคยรีรอที่จะกำจัดหยางกุ้ยเฟยเลยด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้นางกลับแก้ต่างให้ศัตรู ในฐานะที่เขาเป็นบิดา เขาอดมิได้ที่จะสงสัยในเรื่องนี้

 

“ท่านอ๋องชีเสียน เสด็จ !”

 

เสียงป่าวประกาศดังขึ้นจากภายนอก

 

จากนั้น ร่างของคนผู้หนึ่งพลันปรากฏขึ้น ชายผู้นี้สวมอาภรณ์สีขาวปักดิ้นไหมสีทอง แขนเสื้อของเขาปลิวล้อไปกับสายลมราวกับเทพเซียนเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ สายรัดเอวของเขาประดับด้วยหยกสีแดงส่องประกายล้อแสงตะวัน แลดูเด่นสะดุดตาเมื่ออยู่ท่ามกลางอาภรณ์สีขาว

 

ใบหน้าเรียบเนียนแลดูเจ้าสำอาง  ม่านตาดำของเขาก็แลดูเย้ายวนน่าค้นหา คิ้วของเขาเล่าก็ดกดำ จมูกก็โด่ง ริมฝีปากเล่าก็อวบอิ่ม ทั้งหมดทั้งมวลยิ่งส่งให้เขาแลดูสง่างามสูงส่งจนเกินเอื้อม เขาดูเย็นชาเมื่อไม่เผยรอยยิ้ม หากแต่เมื่อใดที่เขายิ้มความอบอุ่นก็มาเยือน ความอบอุ่นที่แผ่จากเขานั้นไม่ต่างกับแสงตะวันที่แผ่เข้าสู่หัวใจของทุกผู้คน 

 

ครั้งแรกที่ได้พบกับจวินเชียนเช่อนั้น นางคิดว่านางได้พบเทพบุตรเดินดินหล่อเลิศไร้ที่ติเข้าให้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้นางจะได้พบหนุ่มที่หล่อเลิศยิ่งไปกว่า

 

โอ๊ะ…โอ ไม่ถูกต้องสิ จวินเชียนเช่อมาดแมน มีเสน่ห์เกินจะห้ามใจ กว่าจะรู้ตัว บรรดาสาว ๆ ก็ถูกเขาฉกชิงหัวใจไปเรียบร้อยแล้ว เขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้พลั้งเผลอทำให้บรรดาสาว ๆ ได้กลายเป็นศพสีชมพูตายเกลื่อนทั่ววังหลวง ทั้งพวกนางยังคิดว่าไม่ได้ตายอย่างไร้ค่าอีกด้วยแน่ะ

 

สำหรับอ๋องชีเสียนผู้นี้สามารถนิยามได้ด้วยคำเพียงคำเดียว ‘รูปงาม’ รูปหน้าของเขาสวยยิ่งกว่าอิสตรี ทั้งก็ดูอ่อนโยน เขาประหนึ่งทะเลสาบเรียบสงบที่เอิบอาบไปด้วยแสงตะวันอันอ่อนโยนในฤดูใบไม้ผลิ ช่วยไม่ได้ที่ผู้คนจะต้องมนตร์เสน่ห์นั้น

 

บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็ตกตะลึงในรูปโฉมที่งดงามของอ๋องชีเสียน ม่อชีชีเองก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำขึ้นว่า

 

“รูปงามเกิ๊น”

 

และถ้อยคำชื่นชมที่นางพึมพำนั้นกลับเข้าหูจวินเชียนเช่อ เขาหันกลับมามองนางด้วยสายตาไม่พอใจอีกทั้งเย็นชา

 

***จบตอน ยื่นมือช่วยเหลือ***

Novel
Novel