ก่อนที่จะกลับคืนสู่ห้วงเวลาของตนได้ นางไม่ต้องการที่จะสร้างศัตรู เช่นนั้นก็จำเป็นที่จะต้องยื่นมือช่วยเหลือ
“ใส่ร้ายงั้นรึ ? สายตาของข้าไม่เคยพลาด เพียงมองเจ้าปราดเดียว…”
“ท่านพ่อ”
ม่อชีชีกล่าวขัดจังหวะได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ นางหัวเราะ
“ท่านพ่อต้องไม่เชื่อข่าวลือที่ไร้เหตุผลเหล่านั้น บางคนก็ชอบสร้างเรื่องโดยการกระพือข่าวซุบซิบนินทาตอกไข่ใส่สี แท้จริงแล้วการรับน้องหญิงหยางเข้าฝ่ายในเป็นความคิดของข้าเอง น้องหญิงหยางไม่เพียงแต่จะรูปโฉมหมดจดงดงามเท่านั้น จรรยามารยาทนางก็ถึงพร้อม ทั้งนามของนางก็เป็นมงคล ซื่อหานหมายถึงสตรีผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดีพร้อม น้องหญิงหยางย่อมต้องใช้ชีวิตตามความหมายแห่งนามอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่ฮ่องเต้ที่พึงพระทัยนาง ข้าเองก็ชื่นชอบนาง นั่นคือเหตุที่ว่าไยข้าจึงรับนางเข้าฝ่ายใน นับตั้งแต่นางเข้าฝ่ายใน น้องหญิงหยางกับข้าก็มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งสัมพันธ์ระหว่างข้าและฝ่าบาทก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย ข้าและฝ่าบาทไม่เคยหมางใจกันเพราะน้องหญิงหยาง เช่นนั้นท่านพ่อจะต้องไม่เข้าใจนางผิด ๆ ”
สีหน้าของเจิ้นกว๋อกงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง
“ที่ฮองเฮารับสั่งมาเป็นความจริงรึพ่ะย่ะค่ะ ?”
“ไม่มีสิ่งใดที่จะจริงแท้ยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว ฮ่องเต้ทรงมีพระเมตตาต่อข้ามากจริง ๆ”
ม่อชีชีหันไปสบตาจวินเชียนเช่อ ทั้งสองส่งยิ้มให้แก่กัน
เจิ้นกว๋อกงพยักหน้าหงึกหงัก
“หากเป็นเช่นนั้น บิดาก็หมดห่วงแล้ว !”
เพียงไม่กี่ประโยคของม่อชีชีก็ทำให้พายุลูกใหญ่สงบลงได้
เจิ้นกว๋อกงเพ่งพิศธิดาของตน เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในตัวนาง ที่ผ่านมา หากมีโอกาสเช่นนี้ นางไม่เคยรีรอที่จะกำจัดหยางกุ้ยเฟยเลยด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้นางกลับแก้ต่างให้ศัตรู ในฐานะที่เขาเป็นบิดา เขาอดมิได้ที่จะสงสัยในเรื่องนี้
“ท่านอ๋องชีเสียน เสด็จ !”
เสียงป่าวประกาศดังขึ้นจากภายนอก
จากนั้น ร่างของคนผู้หนึ่งพลันปรากฏขึ้น ชายผู้นี้สวมอาภรณ์สีขาวปักดิ้นไหมสีทอง แขนเสื้อของเขาปลิวล้อไปกับสายลมราวกับเทพเซียนเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ สายรัดเอวของเขาประดับด้วยหยกสีแดงส่องประกายล้อแสงตะวัน แลดูเด่นสะดุดตาเมื่ออยู่ท่ามกลางอาภรณ์สีขาว
ใบหน้าเรียบเนียนแลดูเจ้าสำอาง ม่านตาดำของเขาก็แลดูเย้ายวนน่าค้นหา คิ้วของเขาเล่าก็ดกดำ จมูกก็โด่ง ริมฝีปากเล่าก็อวบอิ่ม ทั้งหมดทั้งมวลยิ่งส่งให้เขาแลดูสง่างามสูงส่งจนเกินเอื้อม เขาดูเย็นชาเมื่อไม่เผยรอยยิ้ม หากแต่เมื่อใดที่เขายิ้มความอบอุ่นก็มาเยือน ความอบอุ่นที่แผ่จากเขานั้นไม่ต่างกับแสงตะวันที่แผ่เข้าสู่หัวใจของทุกผู้คน
ครั้งแรกที่ได้พบกับจวินเชียนเช่อนั้น นางคิดว่านางได้พบเทพบุตรเดินดินหล่อเลิศไร้ที่ติเข้าให้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้นางจะได้พบหนุ่มที่หล่อเลิศยิ่งไปกว่า
โอ๊ะ…โอ ไม่ถูกต้องสิ จวินเชียนเช่อมาดแมน มีเสน่ห์เกินจะห้ามใจ กว่าจะรู้ตัว บรรดาสาว ๆ ก็ถูกเขาฉกชิงหัวใจไปเรียบร้อยแล้ว เขาไม่รู้ตัวเลยว่าได้พลั้งเผลอทำให้บรรดาสาว ๆ ได้กลายเป็นศพสีชมพูตายเกลื่อนทั่ววังหลวง ทั้งพวกนางยังคิดว่าไม่ได้ตายอย่างไร้ค่าอีกด้วยแน่ะ
สำหรับอ๋องชีเสียนผู้นี้สามารถนิยามได้ด้วยคำเพียงคำเดียว ‘รูปงาม’ รูปหน้าของเขาสวยยิ่งกว่าอิสตรี ทั้งก็ดูอ่อนโยน เขาประหนึ่งทะเลสาบเรียบสงบที่เอิบอาบไปด้วยแสงตะวันอันอ่อนโยนในฤดูใบไม้ผลิ ช่วยไม่ได้ที่ผู้คนจะต้องมนตร์เสน่ห์นั้น
บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็ตกตะลึงในรูปโฉมที่งดงามของอ๋องชีเสียน ม่อชีชีเองก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำขึ้นว่า
“รูปงามเกิ๊น”
และถ้อยคำชื่นชมที่นางพึมพำนั้นกลับเข้าหูจวินเชียนเช่อ เขาหันกลับมามองนางด้วยสายตาไม่พอใจอีกทั้งเย็นชา
***จบตอน ยื่นมือช่วยเหลือ***
Powered By SK REALTY+