ร่างของจวินเชียนเช่อครึ่งหนึ่งแช่อยู่ในสระ สัดส่วนที่งดงามปรากฏแก่สายตา รูปร่างของเขาราวกับรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ ไม่ต่างจากรูปปั้นกรีก แววตาของเขาแลดูล้ำลึก เย็นชา เขาแลดูป่าเถื่อนดุร้าย กดดันให้บรรยากาศโดยรอบเย็นยะเยียบ
ม่อชีชีตัวแข็งค้าง ครั้นรู้สึกตัว ก็รีบโปรยยิ้มกล่าวคำ
“ฝ่าบาท ที่หม่อมฉันมาที่นี่ก็เพียงเพื่อจะปลดทุกข์เพคะ มิคิดเลยว่าหม่อมฉันจะพลั้งเผลอล่วงเข้าสู่ที่สรงน้ำของพระองค์ไปได้ โปรดประทานอภัยด้วยเถิดเพคะ เชิญพระองค์ทรงพระสำราญต่อเถิดเพคะ หม่อมฉันทูลลา”
ม่อชีชียกเท้าล่าถอยทันที
“ไหนไหนเจ้าก็มาถึงแล้ว อยู่ช่วยขัดหลังให้เราก่อน”
ฮ่องเต้มีรับสั่งด้วยสุรเสียงเนิบนาบ แน่นอนว่าม่อชีชีที่ต้องการจรลีเป็นที่ยิ่ง ย่อมมิอาจปฏิเสธได้
เท้าที่ซอยถี่ของม่อชีชีถึงกลับชะงักค้างกลางครัน ยามนี้ในหัวของนางกำลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
ขัดหลังงั้นรึ ? หากต้องช่วยขัดหลังให้สารเลวผู้นี้จริง ๆ นางจะต้องอาเจียนสามวันสามคืนเป็นแน่ นี่นางจะต้องทำทารุณกรรมมือตนเองอีกแล้วสินะ
แต่หากนางปฏิเสธ หึหึ บุรุษผู้นี้คือฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจล้นฟ้า กระทำผิดต่อเขาก็ไม่ต่างกับฆาตกรรมตนเอง
โอ้…พระเจ้า ไยถึงกลั่นแกล้งผู้คนเช่นนี้
ภายหลังจากนึกปลอบใจตนเอง ม่อชีชีก็ต้องจำใจยอมก้มหัวให้กับอำนาจของจวินเชียนเช่อ นางลากเท้าไปยังด้านหลังของจวินเชียนเช่อราวกับลูกสะใภ้ที่กระทำความผิด จากนั้นก็แสร้งใช้แปรงขัดหลัง เหวี่ยงใส่ศีรษะของเขา
จังหวะนั้นจวินเชียนเช่อก็หันศีรษะหลบ
ม่อชีชีรู้สึกตระหนก นี่นางทำอะไรลงไปเนี่ย ? นางรีบแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งยังรีบกุลีกุจอช่วยขัดหลังให้เขา ต้องยอมรับว่า แผ่นหลังของจวินเชียนเช่องดงามจริง ๆ กล้ามเนื้อสมบูรณ์กำยำ แต่ละมัดกล้ามแน่นปึ๋งปั๋ง แล้วยังซิกแพคอีกล่ะ ไม่ว่าหญิงใดหากได้เห็น เป็นต้องตาร้อนอย่างแน่นอน
แต่… แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางด้วยล่ะ ?
ม่อชีชีขัดหลังอย่างไม่เต็มใจ นางออกแรงเพียงน้อยนิด สักแต่ว่าทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย
จวินเชียนเช่อเริ่มไม่สบอารมณ์
“นี่เจ้าไม่ได้กินข้าวมารึไง ?”
ม่อชีชีทำหน้าบูดบึ้ง “หม่อมฉันยังไม่ได้กินมื้อค่ำเพคะ” หลังกล่าวจบนางก็ออกแรงขัดหลังให้หนักขึ้นอีก
นางอดไม่ได้ที่จะนึกบ่น ‘ทำไมอีตาบ้านี่ถึงไม่เรียกนางกำนัลเข้ามาช่วยอาบน้ำให้นะ ? ปั้นเซียงบอกว่าอีตานี่เพิ่งจะกลับมาพร้อมชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่รึ ? คืนนี้น่าที่จะมีงานเลี้ยงนี่ ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้ควรประทับอยู่ที่พระตำหนักฉางเล่อ เพื่อพระราชทานเลี้ยงแก่เหล่าขุนนางหรอกรึ ? ไยเขาจึงอยู่ที่นี่ได้ ? แล้วไอ้แผนผังเฮงซวยนั่นอีก ไม่ได้บอกว่าที่นี่คือส้วมหรอกรึ ? ไยจึงกลายเป็นที่สรงน้ำไปได้ ?’
ขัด ขัด ขัด
ม่อชีชีทุ่มเทพลังทั้งหมดลงกับการขัด ขัดแล้วก็ขัด ดูเหมือนว่านางจะทุ่มเทกำลังสุดชีวิต
จวินเชียนเช่อหันพระพักตร์มาจ้องมองด้วยสายพระเนตรดุดัน
ม่อชีชีชะงักด้วยความหวาดหวั่น พลางมองเขาอย่างสลดก่อนที่จะเอ่ยปากว่า
“ฝ่าบาท เบาไปก็ไม่ถูกพระทัย แรงไปก็ไม่สบพระอารมณ์ หม่อมฉันก็ไม่รู้จะทำเช่นไรจึงจะพอพระทัยแล้ว ฝ่าบาทน่าที่จะเรียกนางกำนัลเข้ามาถวายการดูแลนะเพคะ”
เห็นได้ชัดว่านางตั้งใจที่จะปัดภาระให้ผู้อื่น
ทันใดนั้นเองจวินเชียนเช่อก็คว้าข้อมือของนาง พร้อมทั้งใช้กำลังรั้งร่างนางเข้าหา ม่อชีชีพลัดตกลงสระมังกรปะทะเข้ากับแผงอกของฮ่องเต้หนุ่มทันที
ยามนี้ม่อชีชีเปียกปอน นางโกรธกระทั่งเลือดขึ้นหน้า พลั้งเผลอลืมตัวตวาดออกไปว่า
“จวินเชียนเช่อ นี่ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรือไร !”
ทว่าทันทีที่สบสายพระเนตรเย็นชาของจวินเชียนเช่อ นางก็รู้สึกตื่นผวา ในใจเริ่มนึกประหวั่น จึงรีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนหวาน แสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน
“แหะ แหะ ฝ่าบาท หม่อมฉันหิวแล้วเพคะ หิวมาก หม่อมฉันอยากกินมื้อค่ำ ไม่ได้อยากอาบน้ำ”
จวินเชียนเช่อจ้องนางไม่วางตา นิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปบนใบหน้าเล็ก ๆ สุดท้ายก็ไปหยุดลงบนริมฝีปากเย้ายวนของนาง เขาไล้นิ้วผ่านแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาทุ้มลึก
“นี่ฮองเฮากำลังตำหนิเราที่เอาแต่ไปเยือนตำหนักกุ้ยหนิงกระนั้นรึ ? เจ้าถึงเอาแต่ร่ำร้องว่าหิว…หิว ?”
ม่อชีชีถึงกับซูฮกในการแปลงสารของชายผู้นี้ ที่นางร่ำร้องว่าหิว นางหมายถึงอาหาร
“แหะ แหะ ฝ่าบาท หม่อมฉันหิวไส้กิ่วแล้วอยากกินข้าวเพคะ มิได้หมายถึงสิ่งอื่น”
จะดีกว่าหากจะทรงลืมว่ามีฮองเฮาผู้นี้ ให้ตายเถอะจะดียิ่งกว่านี้หากไม่ล้ำเส้นซึ่งกันและกัน
จู่ ๆ ฮ่องเต้ก็พลิกกาย กดนางให้อยู่เบื้องล่างเขา หลังของม่อชีชีเบียดเข้าหาขอบสระหยกขาว นางพยายามที่จะตอบโต้ หากแต่จวินเชียนเช่อกลับโน้มตัวแนบชิดนางมากขึ้น สถานการณ์ยามนี้คับขันยิ่งนัก
***จบตอน ข่มขู่***
Powered By SK REALTY+