จวินเชียนเช่อจ้องมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“ชายในดวงใจเจ้าคือผู้ใด ?”
ม่อชีชีชะงักค้างชั่วขณะ สมองของนางว่างเปล่า
หมายความว่าไงเนี่ย ? นี่เราไม่ได้กำลังพูดถึงนางในดวงใจของเขาอยู่หรอกรึ ? ไยถึงกลับกลายเป็นข้าไปได้ล่ะเนี่ย ?
“ฝ่าบาท อ่า…”
ม่อชีชีต้องการที่จะปฏิเสธว่าในใจของนางไม่เคยมีผู้ใด หากแต่ก่อนที่นางจะทันได้มีโอกาสกล่าวคำ เขาก็โน้มกายลงจูบนางเสียก่อน จุมพิตของเขาดุดันเอาแต่ใจไร้ซึ่งเหตุผล ราวกับว่าเขาใช้การจุมพิตแทนการลงโทษ
ม่อชีชีตกอยู่ในอาการตะลึงงัน นางพยายามผลักอกเขา
หากแต่ดูเหมือนว่าจวินเชียนเช่อจะไม่สนพระทัยสิ่งใด เขาระเบิดแรงปรารถนาอย่างต่อเนื่อง ร่างของนางยังคงถูกตรึงไว้กับขอบสระอย่างแน่นหนา มือทั้งสองของนางถูกกดแน่นอยู่กับหินหยกขาว ริมฝีปากของนางยังคงถูกครอบครอง
ม่อชีชีตระหนก สารเลวนี่คิดจะใช้กำลังงั้นรึ ? ไอ้คนน่ารังเกียจ นางไม่มีวันยอมให้เขาทำได้สำเร็จ หากแต่เนื่องจากมือของนางถูกพันธนาการ จะเหลือก็เพียงขาเท่านั้นที่ยังเป็นอิสระ !
ครั้นคิดได้ นางก็ตวัดขาขึ้นทันที หากแต่จวินเชียนเช่อก็รู้เท่าทันเขาใช้กำลังเข้าขัดขวาง บัดนี้ทั้งขาทั้งแขนของนางถูกพันธนาการสิ้น เหลือทางเดียวเท่านั้น
ม่อชีชีคิด นางกัดริมฝีปากเขาทันที รสคาวเลือดผ่านเข้าสู่ปาก
จวินเชียนเช่อขมวดคิ้ว พร้อมกับผละออกทันที เขาจ้องนางเขม็ง
ม่อชีชีผลักเขาออกอย่างรวดเร็ว เว้นระยะห่างระหว่างกัน นางชี้หน้าเขาพลางกล่าวว่า
“ฝ่าบาท… ให้เกียรติกันด้วย แม้ว่าหม่อมฉันจะเป็นฮองเฮาของพระองค์ หากแต่พระองค์ก็ไม่ควรบังคับฝืนใจหม่อมฉันนะเพคะ !”
ไม่ทันที่จะคาดคิดจวินเชียนเช่อกลับตวัดแขนดึงนางขึ้นจากสระน้ำ
ม่อชีชีเริ่มรู้สึกตัวนางรีบกล่าวอย่างลนลาน
“ช้าก่อน ! นี่พระองค์คิดจะทำสิ่งใด ? หากทรงบังคับขืนใจหม่อมฉัน หม่อมฉัน หม่อมฉัน หม่อมฉัน จะตายต่อเบื้องพระพักตร์ ! อ้า !”
ตอนนี้ทั้งคู่ก็ขึ้นมาจากสระน้ำเรียบร้อย ม่อชีชีตระหนักได้ว่ายามนี้จวินเชียนเช่อร่างกายเปลือยเปล่า นางรีบเบือนหน้าหนีอย่างละอาย
จวินเชียนเช่อก้าวไปยังตั่งที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าพลางหยิบฉลององค์สีดำขึ้นสวม
“ผู้ใดอยู่ข้างนอก เข้ามา” สุรเสียงเยือกเย็นดังลั่น
นางกำนัลพร้อมด้วยขันทีอีกหนึ่งขโยงต่างก็รีบกรูกันเข้ามา ในมือพวกเขามีฉลองพระองค์ รวมถึงเครื่องประดับตกแต่ง พวกเขาต่างก็ช่วยจวินเชียนเช่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์
ม่อชีชีบิดแขนเสื้อที่เปียกชุ่ม ยามนี้หัวใจของนางเต็มไปด้วยความโกรธกรุ่น
จวินเชียนเช่อเอ่ยโอษฐ์อีกครั้ง
“ช่วยฮองเฮาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์”
ม่อชีชีตกตะลึง นางรีบปฏิเสธลั่น
“ไม่ ไม่ต้องเพคะ ประเดี๋ยวหม่อมฉันจะกลับไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ตำหนักเฟิ่งหยาง”
นี่เขาต้องการให้นางแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัลเลยรึ ให้ตายเถอะ นางไม่ได้เป็นพวกชีเปลือยเหมือนเขานี่
นางกำนัลสองคนตรงเข้ามาหานาง เอ่ยกล่าวอย่างถ่อมตนว่า
“ทูลฮองเฮา ยามค่ำคืนนั้นอากาศเย็นยิ่ง หากทรงฉลององค์เปียก ๆ กลับไป เกรงว่าจะประชวรได้นะเพคะ ผลัดฉลองพระองค์ก่อนเถิดเพคะ ”
“ไม่ ข้าไม่ต้องการ !” ม่อชีชียกมือขึ้นกอดอกแน่นแสดงชัดว่านางไม่ยินดีให้ผู้ใดแตะต้อง
ชั่วขณะนั้นจวินเชียนเช่อก็ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครั้นเห็นว่านางไม่ให้ความร่วมมือ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา
“หยุดวุ่นวายได้แล้ว หากเจ้ายังไม่ยอมผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ เช่นนั้นเราก็ยินดียื่นมือช่วยเจ้า”
ม่อชีชีอยากจะทุบเขาสักพลั่ก นี่เขากล่าวคำไร้ยางอายพวกนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายได้อย่างไร ? นางอยากรู้นักว่าหนังหน้าของเขาหนาสักเพียงใดกันนี่ ?
“ไม่ ไม่ต้องเพคะ หม่อมฉันจัดการเองได้เพคะ ทว่าปกติแล้วเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของปั้นเซียง ไม่ทราบว่าจะเรียกตัวปั้นเซียงมาได้หรือไม่เพคะ ?”
ม่อชีชีกล่าวอ่อย ๆ ขณะมองจวินเชียนเช่อ
จวินเชียนเช่อหันไปมองขันทีพลางพยักหน้า
ขันทีรีบน้อมกายผละจากไปอย่างรวดเร็ว
ม่อชีชียังคงทำใจกล้าเอ่ยกล่าวต่อว่า
“ฝ่าบาท ทรงเสด็จออกไปก่อนจะได้หรือไม่เพคะ ?”
จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรมองนางครู่ใหญ่ ก่อนจะหันหลังเสด็จจากไป ม่อชีชีถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไม่นานปั้นเซียงก็มาถึงพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ของม่อชีชี
“ฮองเฮาเพคะ”
ม่อชีชีหันไปมองปั้นเซียงด้วยสายตาไม่พอใจพร้อมกล่าวตำหนิ
“ไยจึงมาเอาป่านนี้ ? ชีวิตของเข้าเกือบจะปลิดปลิวแล้ว !”
ปั้นเซียงมองนางด้วยสายตาสำนึกผิด
“ทูลฮองเฮา ตลอดเวลาหม่อมฉันเฝ้าอยู่หน้าสระมังกรเพคะ ด้วยว่าสถานที่นี้เป็นเขตต้องห้าม เป็นสถานที่ส่วนพระองค์ของฝ่าบาท หากไม่มีรับสั่งจากฝ่าบาทหม่อมฉันก็ไม่กล้าเข้ามาเพคะ”
“เจ้าไปให้ใครวาดผังมาเนี่ย ? เขาเกือบส่งข้าไปทัวร์ยมโลกแล้ว !” ม่อชีชีมีน้ำโห
ปั้นเซียงรีบอธิบายเรื่องราวอย่างรวดเร็ว
“ทูลฮองเฮา อาจารย์จ้าวคือช่างวาดผู้ซึ่งมีฝีมือฉกาจที่สุดในวังหลวงเพคะ ด้วยเหตุที่แผนผังซึ่งมีพระประสงค์นั้น ทรงให้เวลาในการวาดน้อยเกินไป อาจารย์จ้าวก็เลยเร่งรีบ ผลก็คือเขาทำเครื่องหมายพลาดเพคะ แทนที่จะเป็นห้องพระบังคนก็กลับกลายเป็นสระมังกรแทน”
“เพียงเพราะทำเครื่องหมายพลาด ข้าเกือบจะเสียความบริสุทธิ์แล้ว !”
ชีชีถึงกับตัวสั่น ฉากในสระน้ำฝังแน่นในความทรงจำเลยทีเดียว นางเกือบจะถูกจวินเชียนเช่อขืนใจเข้าให้แล้วมั้ยล่ะ
รอยยิ้มปรากฏบนแก้มป่อง ๆ ของปั้นเซียง
“ฮองเฮา เกิดอะไรขึ้นระหว่างพระนางกับฝ่าบาทเพคะ ?”
ม่อชีชียกมือเขกหัวปั้นเซียง
“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอกน่า เร็วเข้าช่วยข้าผลัดเสื้อผ้าก่อน ข้าต้องการจะออกจากที่ต้องสาปนี่จะแย่แล้ว !”
ปั้นเซียงทำปากยื่นอย่างผิดหวัง นางรีบช่วยม่อชีชีผลัดเปลี่ยนอาภรณ์
หลังจากที่ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว ม่อชีชีก็ก้าวออกจากห้องสรงน้ำ ในใจก็คิดว่าจวินเชียนเช่อควรที่จะเสด็จจากไปแล้ว หากทว่าเขากลับยังคงรั้งรออยู่
ทั้งคู่อภิเษกสมรสนานกว่าสองปีแล้ว ทว่าจวินเชียนเช่อไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายพระเนตร เนื่องเพราะทุกครั้งที่พบกัน นางมักจะเกรี้ยวกราดอย่างไร้เหตุผล ทั้งมักจะโวยวายยามที่เห็นเขาอยู่กับสตรีอื่น พร่ำพูดแต่ว่านางไร้ความสุข และยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
เช่นนั้นแทนที่เขาจะเห็นถึงรูปโฉมที่งดงามของนาง กลับกลายเป็นว่าเขามักเห็นอารมณ์ที่ร้ายกาจของนาง เพียงคิดถึงอารมณ์ที่ปรวนแปรของนาง เขาก็อยากผละจากทันที เช่นนี้แล้วยังจะมีผู้ใดมีแก่ใจชื่นชมความงามของนางได้อีกเล่า ?
ม่อชีชีแลเห็นสายตาที่เขามองมา นางพลันรู้สึกกระสับกระส่ายถึงกับเผลอยกมือขึ้นดึงสาบเสื้อให้กระชับเข้าหากันพลางกล่าวว่า
“ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
“ช้าก่อน”
จวินเชียนเช่อกล่าวขึ้นอย่างขรึม ๆ เขายับยั้งไม่ให้ม่อชีชีจากไปอีกครั้ง
***จบตอน ช่วยฮองเฮาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์***
Powered By SK REALTY+