“เอาล่ะ..เอาล่ะ ข้าจะพาเจ้ากลับบ้านแล้ว ! นายน้อยซือถู ขอบคุณท่านมากสำหรับความช่วยเหลือของท่านในวันนี้ ทำให้เราพบตัวเหยาเอ๋ออย่างรวดเร็ว ความช่วยเหลือจากท่านในครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันลืม”
เฟิ่งหวูไฉ่เห็นซือถูเย่ไหลจ้องมองเรือนร่างของเฟิ่งจื่อเหยาอยู่ตลอดเวลา ก็ส่งเสียงกระแอมไอสองสามครั้ง
“ด้วยความยินดี ! ทว่าข้าก็มีบางคำถามที่อยากไถ่ถามบุตรสาวของท่านเพียงลำพัง หวังว่าท่านจะไม่ว่ากระไร”
ซือถูเย่ไหลมองไปที่เฟิ่งจื่อเหยาพลางคิดว่า เสื้อผ้าที่นางขโมยมาจากเขาอยู่ไหนกันนี่ ?
“หากเหยาเอ๋อตกลง ข้าก็ไม่ว่ากระไร”
เฟิ่งหวูไฉ่ลูบเคราของเขาก่อนจะพยักหน้า
เฟิ่งจื่อเหยาหันไปมองบริเวณที่หลี่หมินซานเคยนั่งอยู่ แล้วก็ต้องแปลกใจ เพราะเวลาเพียงครู่เดียวเขาก็หายไปแล้ว ?
เขาใช้วิชากังฟูหรือวิชาใดกันนะ เหตุใดจึงว่องไวได้ถึงเพียงนี้ ?
“เฟิ่งจื่อเหยา..เจ้ากำลังมองหาสิ่งใดอยู่ ?”
ซือถูเย่ไหลเห็นนางมองซ้ายมองขวาก็เอ่ยถามด้วยความงงงวย
“ข้าจะมองหาสิ่งใดเล่า ? ว่าแต่…ท่านอยากจะถามอะไรข้าก็รีบถามมาเร็ว ๆ ข้าหิวมากอยากรีบกลับไปกินอาหารเช้าไว ๆ”
“เสื้อผ้าของข้าอยู่ที่ใด ? พัดของข้าด้วย ? เมื่อไหร่เจ้าจะคืนมันให้แก่ข้า ?”
ซือถูเย่ไหลเดินเข้าไปหานางแล้วเอ่ยถามเสียงเบา ๆ
“ข้าขาย..เอ่อขายเสื้อผ้าของท่านไปแล้วได้เงินมาร้อยยี่สิบเหรียญเงิน ท่านอยากได้เงินคืนหรือไม่ล่ะ ? ส่วนพัดนั่นก็เป็นของขวัญจากท่าน และยามนี้ก็ถือว่าข้ายอมรับมันไว้แล้ว”
เฟิ่งจื่อเหยาได้กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่เบ่งบานไปทั่วภูเขา ความรู้สึกของนางสดชื่นขึ้น ริมฝีปากของนางเริ่มโค้งขึ้นเรื่อย ๆ ยามนี้รอยยิ้มของนางช่างเหมือนแสงแดดยามเช้าระยิบระยับงามจับตา
“ว่ากระไรนะ…อ่า..ช่างเถอะ ๆ ลืมมันไปเถอะ… “
เพราะรอยยิ้มอันอบอุ่นของนาง ทำให้ท่าทีโกรธเกรี้ยวที่มีอยู่ของซือถูเย่ไหลมลายหายไปสิ้น
“ขอบใจนายน้อยซือถู เอ่อ ว่าแต่ การแก้ผ้าเปลือยเปล่าอาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติ สดชื่นดีหรือไม่ล่ะ ?”
เฟิ่งจื่อเหยากล่าวเยาะเย้ยซือถูเย่ไหล ขณะที่เดินจากไปพร้อมกับบิดาของนาง
เขาแทบกระอักด้วยความโกรธ !
ระหว่างทาง เฟิ่งหวูไฉ่ก็เอ่ยเตือนลูกสาวของเขาว่า
“เหยาเอ๋อ.. นายน้อยซือถู คือ พระสวามีในอนาคตขององค์หญิง แม้ว่าเจ้าจะใกล้ชิดสนิทสนมกับเขา เจ้าก็ต้องรู้จักรักษาระยะห่างระหว่างเจ้ากับเขาด้วย !”
แม้ว่าเขาจะไม่พอใจที่เห็นบุตรสาวของตนสนิทสนมกับซือถูเย่ไหล ทว่าเขาก็ไม่อยากกล่าวตำหนิเฟิ่งจื่อเหยาต่อหน้าผู้ชาย
“ท่านพ่อ..ท่านคิดว่าข้ามีอะไรกับนายน้อยซือถูกระนั้นหรือ !”
แม้ว่านางจะอยากให้เป็นเช่นนั้น หากแต่มันก็ไม่ได้เป็นดั่งใจหวังเสียหน่อย เฟิ่งจื่อเหยาถอนหายใจอย่างหดหู่
“ก็ดีแล้วที่ไม่มีอะไร ! โอ้..ใช่ เหยาเอ๋อ.. องค์ชายฉีบอกพ่อว่า เจ้าขอยกเลิกการหมั้นหมายกับองค์ชายฉีด้วยตนเอง ? นี่เป็นความจริงหรือไม่ ?” เฟิ่งหวูไฉ่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว..ท่านพ่อ..ในเมื่อองค์ชายฉีชอบพออยู่กับจื่อเฉวียง ข้าก็ควรก้าวออกมาเพื่อเติมเต็มความรักของพวกเขาทั้งคู่ !” เฟิ่งจื่อเหยากล่าวตอบเบา ๆ
“เหยาเอ๋อ.. เจ้ามิได้รักองค์ชายฉีเช่นที่เคยกระนั้นหรือ ? เจ้ายอมยกเลิกการหมั้นหมายกับเขาด้วยตนเองได้อย่างไร ? พ่อไม่อยากเชื่อเลย !”
สีหน้าของเฟิ่งหวูไฉ่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ท่านพ่อ.. นั่นเป็นเพราะองค์ชายฉีไม่ดีพอสำหรับบุตรสาวของท่าน !”
เฟิ่งจื่อเหยาตอบเฟิ่งหวูไฉ่ด้วยทีท่าหลงตนเอง และแน่นอนว่าท่านพ่อของนางก็ย่อมเห็นด้วย
“มิต้องกังวล..เหยาเอ๋อ พ่อจะต้องหาสามีที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าได้แน่ ๆ !”
เฟิ่งหวูไฉ่หันมองเฟิ่งจื่อเหยาด้วยความรักใคร่ ไม่มีร่องรอยตำหนิใด ๆ ในแววตาของเขา
“อืม … ”
เฟิ่งจื่อเหยาเห็นว่ายามนี้ก็ใกล้จะถึงจวนของอัครมหาเสนาบดีแล้ว จึงไม่อยากต่อปากต่อคำใด ๆ อีก เช่นนั้นนางจึงพยักหน้ารับ
“ท่านลุง.. น้องจื่อเหยา ท่านทั้งสองไปไหนกันมาตั้งแต่เช้ากันนี่ ?”
หน้าประตูอันหรูหราของจวนอัครมหาเสนาบดี ชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมชุดผ้าไหมสีม่วงกำลังยืนไพล่มือด้านหลัง ขณะพูดด้วยน้ำเสียงอันไพเราะเพลิดเพลิน เสียงนั้นดังเข้ามาในหูของเฟิ่งจื่อเหยา ทำให้นางเกิดอาการง่วงนอนมากยิ่งขึ้น
***จบตอน กลับบ้านพร้อมพ่อ***
Powered By SK REALTY+