บทที่ 18 สตรีในดวงใจหวางอินฉี

ยามซื่อ1 ตำหนักเซิ่นหยาง  ตำหนักที่ประทับขององค์จักรพรรดิหวางหย่งอี้

 

เวลานี้ย่อมเป็นไปตามกำหนด คู่บ่าวสาวสมรสใหม่ ต้องมาคำนับยกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่

 

“ชินอ๋องหวางอินฉี และพระชายาขอเข้าเฝ้า” เสียงของขันทีประกาศนามดังกึกก้อง ยามนี้คู่สมรสมายืนรอหน้าห้อง เพื่อรอเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ

 

“ให้เข้ามาได้” เสียงขานรับตอบคำอนุญาตให้เข้ามา ดังออกมาจากภายในเป็นเสียงขันทีคู่พระทัยองค์หวงตี้ “เว่ยกงกง”

 

ชินอ๋องหวางอินฉี ขยับพระวรกายก้าวเดินล้ำนำหน้าไปก่อน หากก้าวไปเพียง 2-3 ก้าว นึกขึ้นได้ จึงเหลียวพระพักตร์กลับมามองพระชายา เดินย้อนกลับมาหา พร้อมส่งพระหัตถ์ให้ผู้เป็นชายาที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับกาย

 

ยิ่งเห็นพระชายาองค์เองหลุบตามองพระหัตถ์ของพระองค์อย่างนิ่งเฉย มิมีทีท่าสักนิดว่าจะวางมือของนางลงมาให้

 

แค่นั้นคำพูดเผ็ดร้อนจึงหลุดออกไป อย่างตั้งใจให้แผ่วเบา ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

 

“มือเปิ่นหวางมิคู่ควรเช่นนั้นหรือ? ชายาข้า” เสียงเย็นชานั้นฟังดูก็รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียว หลี่ชินอ้ายเหลือบมองดวงตาคู่คมที่จับจ้องมองมาด้วยแววตาเยือกเย็น วางมือบางลงอย่างไม่ลังเล

 

หวงตี้หวางหย่งอี้ ประทับนิ่ง มองสองร่างที่ประคองกันก้าวเข้ามา นัยน์ตาหงส์สีดำขลับแวววาวด้วยความสุขสมยินดี  

 

น้องน้อยของพระองค์ยามนี้สมรักแล้ว เช่นนี้ย่อมสมแล้ว กับความตั้งใจนางที่เฝ้ารอคอย

 

ข้างพระวรกายพระองค์มีสตรีอีกผู้หนึ่ง นางนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ องค์หวงตี้ ดวงหน้านั้นงามพริ้มเพรา ริมฝีปากอิ่มยามแย้มยิ้มดูเย้ายวน หากสายตาคมกริบคู่นั้น ค้นเจอได้แต่ความเย็นชา

 

นางคือ….หลี่ฉินเซียง…. อดีตสตรีในดวงใจ ของชินอ๋องหวางอินฉี

 

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท/เพคะ” สองเสียงของคู่สมรสใหม่ประสานกันถวายความเคารพ พระหัตถ์เรียวขององค์หวงตี้โบกไปมาพร้อมรอยยิ้ม

 

“ไม่ต้องมากพิธี เราคนกันเองด้วยกันทั้งนั้น” ก่อนทรงหันไปพยักพเยิดกับสตรีข้างกาย

 

“จริงหรือไม่ อ้ายเฝย2

.

“จริงเพคะ” ดวงตาคมของสตรีมองปราดไปยังสองร่างตรงหน้า

 

หนึ่งคือชินอ๋องหวางอินฉีบุรุษผู้ที่นางเคยคบหา อีกหนึ่งนั้นเป็นสตรีน้อยผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาว ครั้งนางยังอาศัยร่วมจวนของผู้เป็นอา

 

นางเด็กน้อยลี่ลี่ มิได้พบเห็นกันหลายปี นับตั้งแต่ตัวนางถวายตัวเข้าวังหลวงในฐานะชายาขององค์หวงตี้ บัดนี้ นางเติบโตเป็นสาวงดงามมิใช่น้อย

 

ดวงตาคู่คมตวัดมองอย่างมิชอบใจ กดความริษยาที่พุ่งขึ้นมาในอก ก่อนปั้นหน้ายิ้มแย้มสนทนาปราศรัย ไถ่ถามทุกข์สุข

 

“ลี่ลี่  เจี่ยเจีย3มิได้พบเจอเจ้าหลายปี ดูสิปักปิ่นแล้วช่างงดงามยิ่งนัก” เบนสายตาคมไปยังฝ่ายชาย บุรุษที่เคยคลุกคลีทั้งยังเป็นที่รัก แม้มิได้แต่งให้กันแต่ความนัยเบื้องหลังนั้น นับว่าย่อมมิธรรมดา

 

“จริงหรือไม่เพคะท่านอ๋องอินฉี มีพระชายางดงามอ่อนวัยเยี่ยงนี้ ช่างน่าอิจฉานัก” สตรีโฉมงามเอ่ยถามเสียงหวาน ผสานไปกับเสียงหัวเราะ วาจาแฝงความนัยลึกล้ำ

 

“ทรงสบายดีหรือไม่เพคะ?”

 

“ขอบพระทัย หลี่กุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสบายดี” หวางอินฉี ตอบเสียงเย็นชาดวงหน้าเฉยเมย

 

“ดูซิเพคะฝ่าบาท ท่านอ๋องอินฉี ยังประหยัดถ้อยคำเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง” หลี่ฉินเซียงหันกลับไปคว้าท่อนพระกรองค์หวงตี้เขย่า พยักพเยิดให้มองหวางอินฉีที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ท่วงทีท่วงท่าของนางนั้นแพรวพราว เจือไปด้วยความเย้ายวน

 

หวงตี้หนุ่มยกยิ้มเพียงมุมพระโอษฐ์ ลอบมองคนทั่งสองด้วยแววตาลุ่มลึก ก่อนตรัสเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

 

“เว่ยฉางเยี่ยน เตรียมน้ำชาไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เร่งยกออกมา” เว่ยกงกงยกยิ้มก่อนค้อมกายรับพระบัญชา ส่งสัญญาณให้นางกำนัลเชิญถ้วยน้ำชาเข้ามาในห้อง

 

คู่สมรสใหม่รับถ้วยน้ำชาจากถาด ก่อนย่อกายคุกเข่าเบื้องหน้าหวงตี้หนุ่ม

 

“กระหม่อมขอถวายน้ำชาพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หวงตี้หนุ่มยื่นพระหัตถ์มารับถ้วยน้ำชาจากผู้เป็นอาและพระชายา ปั้นพระพักตร์เคร่งขรึมจริงจัง ปาดฝาถ้วยชาเป่าไล่ความร้อนก่อนขึ้นดื่ม

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสด็จอาสิบห้ามิคิดเลยว่า เจิ้นจะได้ดื่มน้ำชามงคลจากเสด็จอา น่ายินดียิ่ง น่ายินดียิง” วางถ้วยชาคืนใส่ถาดก่อนจะหันมาตรัสกับผู้เป็นเสด็จอาอย่างอารมณ์ดี

 

“เสด็จอา ทรงมิเข้าเมืองหลวงเสียหลายปีไม่พบท่านเสียนาน เช่นไรวันนี้ท่านอย่าเพิ่งรีบกลับตำหนักอยู่เป็นเพื่อนดื่มสุรากับเจิ้นก่อน เว่ยฉางเยี่ยนเพิ่งเปิดไหสุราดอกท้อใหม่ รสชาติกลมกล่อมมิใช่น้อย”

 

“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา” หวางอินฉี ยกยิ้มเบาบางที่มุมพระโอษฐ์ประสานมือค้อมกายลง ก่อนกล่าวรับคำ

 

หลี่กุ้ยเฟย ส่งเสียงหัวเราะหวานแหลมดังแทรกขึ้นมา พลางส่งยิ้มหวานให้สตรีร่างเล็กที่ยืนนิ่งเงียบไร้คำพูดจา

 

“บุรุษเค้าจะดื่มกันเช่นนั้นลี่ลี่ เราก็ไปเดินเล่นกันดีไหมเดินกันไปคุยกันไป เจี่ยเจียคิดถึงเจ้ายิ่งนักอยากจะคุยกับเจ้าให้หายความคิดถึง”

 

หลี่ชินอ้ายสบตาคมกริบมีเลศนัยของอีกฝ่าย ตอบรับคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

“เพคะ พระชายา”

 

“เช่นนั้นหม่อมชั้นขอตัวลี่ลี่ไปสักครู่นะเพคะฝ่าบาท ท่านอ๋องอินฉี” พูดพลางนวยนาทลุกจากเก้าอี้ ยอบกายถวายคำนับองค์หวงตี้ก่อนจะหันไปคว้ามือของหลี่ชินอ้าย

 

“ไปลี่ลี่ เราไปกันเถอะ” สองสตรีพากันจูงมือเดินออกไป

 

ทิ้งสองบุรุษไว้ ยามนี้สบตากันอย่างนิ่งงัน………………

 

***จบตอน สตรีในดวงใจหวางอินฉี***

 

1 巳 sì คือ 09.00 – 10.59 น 

2 อ้ายเฟย – สรรพนามสำหรับใช้กับสนมที่ฮ่องเต้โปรดปราน

3  姐姐 เจี่ยเจีย jiějie  พี่สาว

 

Novel
Novel