ตอนที่ 16 สมรสพระราชทาน

4 ปีก่อน …………..

พื้นที่สองข้างทางของถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่วังหลวง บัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คน ร้านรวงร้านค้าบ้านเรือนผู้คน ถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าแดงและสัญลักษณ์มงคล ฝูงชนต่างพากันมาเฝ้ารอชม ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่แน่นขนัด ขบวนเกี้ยวจึงเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้า ๆ

เจ้าสาวคือธิดาหนึ่งเดียวของอัครมหาเสนาบดีหลี่ ผู้เคยรับหน้าที่ซือฝุ1 ถวายให้กับองค์จักรพรรดิตั้งแต่ครั้งดำรงพระยศ หวงไท่จื่อ2 ทั้งยังรั้งตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีคู่พระทัย

ส่วนเจ้าบ่าวไท่เว่ย์ชินอ๋องหวางอินฉี ผู้มีศักดิ์เป็นพระปิตุลา พระญาติเพียงพระองค์เดียวขององค์จักรพรรดิ

เบื้องหน้าเกี้ยวแปดคนหามของเจ้าสาว บุรุษบนอาชาสีดำขนมันเป็นประกาย แต่งกายในชุดเจ้าบ่าวเต็มยศ

หากใบหน้าราวเทพสลักเรียบเฉยเย็นชา ดวงตาเรียวคมสีนิลเข้มไร้ความรู้สึกใด ๆ 

เบื้องหลังเกี้ยวแปดคนหามของเจ้าสาว ขบวนสินเจ้าสาวยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา นับได้ว่าเป็นงานสมรสที่ยิ่งใหญ่…แห่งปี

สตรีในเกี้ยวเจ้าสาวก้มหน้านิ่งนัยน์ตากลมโตภายใต้มงกุฎหงส์ นิ่งและสงบ มือบางที่วางไว้บนตักขยุ้มอาภรณ์กำแน่นจนเหงื่อชื้น ยามเสียงนินทาซุบซิบของผู้คน ดังเข้ามาให้ได้ยิน

“เค้าว่ากันว่า หวางชินอ๋องรักกับคุณหนูฉินเชียงมิใช่รึ เหตุใดแต่งให้คุณหนูชินอ้ายไปได้”

“จุ๊ ๆ ๆ อย่าเสียงดังไป เรื่องมันนานมาแล้ว อีกอย่างองค์หวงตี้เป็นผู้พระราชทานสมรสให้ ผู้ใดจะกล้าขัดพระราชโองการกัน”

“เช่นนั้นมิใช่พี่น้องแย่งบุรุษคนเดียวกันหรือ”

“ฯลฯ”

.

ณ……….ท้องพระโรงที่ใช้เป็นที่ประกอบพิธี

คู่บ่าวสาวยืนเคียงคู่อยู่กลางห้องโถง เหล่าขุนนางข้าราชบริพารแต่งตัวเต็มยศตามธรรมเนียมราชพิธี ประธานในพิธีคือองค์จักรพรรดิ “หวางหย่งอี้” ผู้ประทับนิ่งอยู่เหนือบัลลังก์มังกร

เสียงราชอารักษ์ประกาศก้องเริ่มพิธี

“คำนับฟ้าดิน”

“คำนับพ่อแม่”

“คำนับกันและกัน” สิ้นเสียงประกาศ คู่บ่าวสาวต่างหันมาก้มหัวคำนับซึ่งกันและกันอย่างพร้อมเพรียง เสียงเย็นชาของเจ้าบ่าวกระซิบผ่านรอดไรฟัน ที่ได้ยิน จึงมีเพียงเฉพาะตัวของเจ้าสาวเท่านั้น

“เปิ่นหวางรอเวลานี้มานานนักคุณหนูหลี่ วันที่จะได้ตอบแทนทุกการกระทำของบิดาเจ้า” เจ้าสาวผู้อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า เย็นวาบไปทั้งกาย

“ส่งตัวเข้าหอ”

ภายในห้องหอ อาหารและเหล้ามงคลถูกจัดวางเรียงไว้บนโต๊ะกลางห้องอย่างประณีตบรรจง ทั่วทั้งห้องประดับประดาไปด้วยผ้าสีชาดปักลวดลายเป็นดอกโบตั๋น ทั้งเป็ดคู่แมนดาริน แทนความหมายถึงความรักที่ยั่งยืนของคู่ชีวิต

เทียนคู่มังกรหงส์ถูกจุดส่องแสงนวลสว่างไปทั่วห้อง เสียงดนตรีจากห้องเลี้ยงฉลอง ยังแว่วมาไม่ขาด

ผู้เป็นเจ้าสาวนั่งนิ่งอยู่ริมเตียงกว้าง ดวงตากลมโตภายใต้ผ้าคลุมหน้าจับนิ่งบนมือเรียวบอบบางของตนเอง

หลายชั่วยามแล้วที่ผ่านไป ยังไร้วี่แววเจ้าบ่าวผู้สูงศักดิ์ ในหูนางยังแว่วเสียงกระซิบอันแสนเย็นชา ครั้งคำนับก้มหัวให้กันและกัน

“ใจท่านมีแต่พี่ฉินเซียงเท่านั้น หรือเจ้าคะ” น้ำตาหยดหนึ่งหล่นลงต้องมือนาง

เสียงเอะอะดังขึ้นหน้าห้องหอ ก่อนบานประตูจะถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

หลี่ชินอ้ายรีบเช็ดน้ำตาบนหลังมือ เสียงฝีเท้าหนักแน่น เข้ามาใกล้อย่างไม่มั่นคง ผ้าคลุมหน้าของตนถูกพลิกขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมือ1ของผู้เป็นเจ้าบ่าว

“คุณหนูหลี่” ดวงหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรายื่นเข้ามาพร้อมกลิ่นที่ฟุ้งตลบ

หลี่ชินอ้ายเบนหน้าหลบ ริมพระโอษฐ์อุ่นร้อนที่ยื่นเข้ามาใกล้ พระหัตถ์แข็งแรงกอบกุมใบหน้านาง ก่อนออกแรงบีบบังคับนางให้หันกลับมามอง

“ฮึ รังเกียจข้ารึคุณหนูหลี่ รังเกียจสามีเจ้า?”  หลี่ชินอ้ายดึงใบหน้าหนี หวังจะให้หลุดออกจากพันธนาการ หากเจ้าของมือแกร่งเกร็งแน่นขืนหน้านางไว้ จุมพิตเร่าร้อนถูกกดลงมาที่ปากนาง อย่างต้องการใช้สิทธิ์ สิทธิ์…ของบุรุษที่เป็นสามี

“ปล่อยหม่อมชั้น”  หลี่ชินอ้าย ดันร่างที่โถมทับเข้ามาด้วยแรงทั้งหมดที่มี  หากพระวรกายหนานั้นแทบจะไม่กระเทือน

“มา……มาดื่มสุรามงคลกันชายาข้า” ร่างเล็ก ๆ ของนางถูกฉุดกระชากจากเตียงมาที่โต๊ะกลางห้อง

ร่างเล็ก ๆ ถูกกอดรัดไว้แน่น หวางอินฉียกจอกสุรามงคลเทใส่โอษฐ์ของตนเอง ก่อนบังคับจูบป้อนให้กับสตรีที่กักขังไว้ในอ้อมแขน

ดวงตาดำขลับคู่งามของนางเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจสุดขีด

วูบหนึ่ง….เพียงวูบหนึ่งเท่านั้น ทรงรู้สึกผิด! หากด้วยโทสะที่คุกรุ่นอยู่ในหัวอก

ภาพที่เห็นนางเช็ดน้ำตาบนหลังมือ ครั้งตอนเปิดประตูเข้ามา เห็นทีบุรุษที่อยู่ในใจผู้นั้น คงยิ่งกว่ารักมั่นแต่งให้กันแล้ว ยังแอบหลั่งน้ำตา

ทรงกุมท้ายทอยเล็กไว้มั่นบังคับป้อนสุราเข้าปากนาง อย่างหักหาญเอาแต่พระทัยของตนเอง

“ปล่อยยย!…..แค้ก ๆๆ” ร่างเล็กกรีดร้องลั่น สำลักสุราจนหน้าแดงก่ำ

มือเล็ก ๆ ทุบตีผลักไสดิ้นรนหาทางรอด แต่กลับถูกช้อนอุ้มขึ้นทั้งกายพาไปที่เตียงนอน ร่างสูงใหญ่โถมทับตามลงมา พร้อมริมฝีปากร้อนลวก ที่ตระโบมจูบไม่หยุด

ชุดเจ้าสาวที่เจ้าตัวตั้งอกตั้งใจปักอย่างประณีตบรรจง ถูกกระชากจากเรือนกายเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี ริมฝีปากอุ่นร้อนขบเม้ม ทิ้งริ้วรอยสีชมพูอ่อนจางไปทั่ว พระหัตถ์เรียวร้อนรุ่มลูบไล้ไปทั่วร่างกาย

หลี่ชินอ้ายทำได้เพียงปัดป้อง หากยิ่งดิ้นรนหวางอินฉียิ่งกรุ่นไปด้วยโทสะ เช่นไรวินาทีนี้ทรงถือสิทธิในกายนาง ส่วนนางจะรักชอบผู้ใด

สุดท้าย……..ย่อมต้องตกเป็นสตรีของพระองค์

เมื่อหมดสิ้นแล้วความยับยั้งชั่งพระทัย ไหน้ำส้ม2ที่ทรงซุกซ่อนไว้แตกกระจาย ดวงพระพักตร์ขององค์หวงตี้ผู้เป็นหลานชายผุดขึ้นมาในสมอง

นั้นยิ่งเพิ่มความกราดเกรี้ยว พระหัตถ์ยิ่งเคล้าเค้นตามพระทัย สัมผัสโดนชุดชั้นในที่ยังติดกายนาง ก็ทรงดึงกระชากเหวี่ยงทิ้งไปด้วยแรงโทสะ โถมทับ กดร่างบางของนางจนจมไปบนเตียงกว้าง

หลี่ชินอ้ายยกมือขึ้นหมายจะทุบตีคนบนร่าง หากหวางอินฉีรวบมือเล็ก ๆ ของนางเอาไว้ ก่อนกระชากเชือกรัดม่านไหมออกมา  รัดผูกรั้งแขนนางไว้กับหัวเตียง

รั้งอาภรณ์ของตนเองออกจนเปลือยเปล่า ก่อนใช้ฝ่ามือผ่าวร้อนลูบไล้ไปทั่ว กอบกุมทรวงอกหยุ่นนุ่มก่อนออกแรงบีบเคล้นอย่างมิปรานี

เจ็บ! .. หลี่ชินอ้าย เจ็บจนน้ำตาหลั่งริน

ริมฝีปากบางถูกขบกัดจนปริแตก กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งอบอวลอยู่ในปาก แม้จะต่อสู้ขัดขืนอย่างไร ก็ไม่สามารถต้านทานแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย

เมื่อหมดหนทางขัดขืน จึงได้แต่หลับตานิ่ง ปล่อยให้คนบนร่างปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาตามอำเภอใจ พลางนึกกับตนเองอย่างเจ็บปวดน้อยใจ

“เช่นนี้หรือไรลี่ลี่ คนที่อุตสาห์เฝ้ารักเฝ้ารอคอย เพียงเพราะมิใช่สตรีที่ใฝ่รัก กลับใช้วิธีหาญหัก ข่มเหงรังแก”

คนบนร่างแทรกพระวรกายเข้ามาระหว่างเรียวขาสลักเสลา ความแสบร้อนลุกล้ำผ่านเข้ามา แม้พยายามถดกายหนี แต่พระหัตถ์แข็งแรงกดสะโพกของนางไว้มั่น ดึงดันแทรกกายตนเข้ามาจนสุดทาง

หลี่ชินอ้ายกดริมฝีปากแน่น ยามเขาเคลื่อนไหวร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงครางพร่าต่ำพร่ำเรียกชื่อคนผู้หนึ่ง ดังอยู่ข้างหูอยู่มิขาด

“ฉิน…….เซียง ฉินเซียง”

ยามได้ยินชื่อนั้นจากพระโอษฐ์ของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระสวามี ความเจ็บช้ำในใจก็ทวีคูณ น้ำตายิ่งไหลออกมาไม่ขาดสาย เสียงสะอื้นไห้ถูกกักเก็บไว้อยู่ในลำคอ

เสียงคำรามก้องยามความสุขสมของคนบนร่างเข้ามาเยือน ก่อนสติจะวูบดับลง คำพูดแผ่วเบาจึงหลุดออกจากปากนาง

“ข้า…เกลียด…..ท่าน”

 

***จบตอน 16 สมรสพระราชทาน***

1.ประเพณีการแต่งงานขอชาวงจีน เจ้าสาวจะมีผ้าแดงคลุมไว้ที่หน้า เจ้าบ่าวจะเปิดผ้าแดงเองโดยใช้คันชั่ง การใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวมีความหมายว่า มังกรเลือกหงส์ ในที่นี่ใช้มือแทนคันชั่ง ความหมาย คือไม่ต้องการในตัวเจ้าสาว ทั้งนี้ประเพณีและวิธีการปฏิบัติในแต่ละสมัยอาจคลาดเคลื่อนกันไปบ้าง

2 . 吃醋  Chīcù ชื่อฟู่ คำนี้ เป็นศัพท์ แสลงแปลว่า หึงหวง

Novel
Novel