ตอนที่ 2 หลบเร้นจากสายตา (2)

“กลับมาแล้วหรือเสี่ยวอี้” เสี่ยวชิงอี้หันกลับไปตามเสียงเรียกในทันที

 

“เจ้าค่ะ” นางยกยิ้มพยักหน้ารับ กับสตรีวัยกลางคนยกยิ้มอ่อนบางส่งมาให้นาง ก่อนยื่นมือรับถ้วยน้ำชาที่ผู้สูงวัยกว่ายื่นมาให้

 

เรือนของนางหากจะนับมีเพียงสามชีวิต หนึ่งคือสตรีที่อยู่ตรงหน้าท่านป้าเหมย ตัวนางเอง และเจ้าก้อนแป้งน้อยเสี่ยวเป่า บุตรีตัวน้อยวัยสี่ขวบปี

 

มีบางคราเช่นกันที่เสี่ยวชิงอี้ นางเคยนึกสงสัย? พี่น้องคนในครอบครัวผู้อื่น มีหรือไม่? ข้อนี้นางมิอาจรู้

 

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านป้า” เสี่ยวชิงอี้ละออกจากห้วงภวังค์ความคิด กล่าวคำขอบคุณท่านป้าอย่างแผ่วเบา ยกถ้วยน้ำชาขึ้นเป่าไอร้อนที่ลอยกรุ่น จิบชิมความร้อน ก่อนดื่มกินดับกระหาย เรือนหลังน้อยของนางแม้อยู่กลางดงกลางป่า

 

หากพร้อมพรั่งไปแทบจะทุกสิ่งแม้กระทั่งชาถ้วยนี้ ชาดอกโมลี่ฮวา กลิ่นของมันช่างหอมชื่นใจ ดื่มกินแล้วช่างผ่อนกระหายคลายร้อนนัก รอบเรือนหลังน้อยของนางก็ปลูกเอาไว้โดยรอบ ต้นของมัน

 

ยามนี้บุปผาสีขาวช่องาม ชูช่อสะพรั่งส่งกลิ่นหอมเย็น ฟุ้งตลบอบอวล

 

“ท่านแม่ ท่าน…..แม่ ท่านกลับมาแล้ว” ร่างป้อม ๆ กลม ๆ ขาว ๆ วิ่งถลาออกมาจากด้านในเรือนอย่างรวดเร็ว เสียงเล็ก ๆ ใสๆ กังวานดุจระฆังแก้ว

 

ใบหน้าของนางกลมแป้น ผิวกายของดรุณีน้อยขาวอมชมพู ราวกับกลีบดอกอิงฮวา1 ผมทรงซาลาเปาที่เกล้าเอาไว้หลุดลุ่ย เส้นผมสีเงินยวงของนางทิ้งตัวพลิ้วไหว ละไล่ไปทั่วกรอบดวงหน้า

 

บุตรีของนางมิเหมือนเช่นเด็กอื่นทั่วไป นางรู้แก่ใจดี นอกจากเส้นผมสีนี้

 

ดวงตากลมโตที่ควรจะดำขลับ กลับมีประกายสีนิลเข้มข้น

 

“เหนื่อยไหมเจ้าคะ คิดถึงท่านแม่จังเลยเจ้าค่ะ” ผู้เป็นมารดาอ้าแขนกว้างรับร่างน้อยเข้ามาโอบกอด เจ้าตัวน้อยซุกหน้าซุกไซ้อยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นมารดา ปากเล็ก ๆ นั้นก็ช่างเจรจา พูดอยู่คำเดียว

 

“คิดถึง คิดถึง” เสี่ยวชิงอี้หัวเราะชอบใจ กับคำออดอ้อนจากเจ้าก้อนแป้งน้อยของนาง

 

“เสี่ยวเป่าคนดี มาให้แม่หอมแก้มให้ชื่นใจ” เจ้าตัวเล็กเอียงแก้มซ้ายขวาให้ผู้เป็นมารดา อาการกิริยาน่ารักน่าใคร่ของสองแม่ลูก เรียกรอยยิ้มบาง ๆ จากสตรีสูงวัย ในแววตาทอประกายเอื้อเอ็นดู อีกทั้งแสนรัก

 

ดวงตาคมกริบของป้าเหมย จับจ้องร่างของสองแม่ลูกไม่วางตา แม้รอยยิ้มยังเกลื่อนใบหน้า หากแววตาแปรเปลี่ยนเป็นมืดดำลึกบึ้ง จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความคิดคำนึง ในทันที

 

“เอาละ ๆ เย็นย่ำแล้ว เจ้าสองแม่ลูกรีบเข้าเรือน กินข้าวกินปลาเสีย ข้าเตรียมไว้ให้พวกเจ้าแล้ว” เสียงป้าเหมย เอ่ยแทรกขึ้นมา

 

เสี่ยวชิงอี้จูงมือเจ้าตัวน้อยเข้าเรือน เบื้องหลังมีท่านป้าเหมยเดินตามไปห่าง ๆ สองแม่ลูกคุยกันหัวเราะให้กัน เสียงเล็ก ๆ สูง ๆ ต่ำ ๆ สอดผสานกันราวกับเสียงดนตรี

 

บนโต๊ะกลางห้องโถงมีสำรับกับข้าวส่งควันร้อนลอยกรุ่น กับข้าวเพียงสองอย่าง ภาชนะที่ใส่ลวดลายประณีตงดงาม ตะเกียบเป็นเงินถูกจัดวางเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ

 

เสี่ยวชิงอี้ครั้นมองเห็น ว่าสำรับที่อยู่บนโต๊ะมีเพียงสองชุด ด้วยความสงสัยจึงหันกลับไปถามกับท่านป้าของนาง ที่เดินตามมาช้า ๆ ทางเบื้องหลัง

 

“เหตุใดมีแค่สองชุดเจ้าคะ ท่านป้าไม่กินด้วยกันหรือเจ้าคะ” ป้าเหมยส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนคว้าหมวกสานที่แขวนไว้ข้างฝาเรือนขึ้นมาถือไว้ในมือ

 

“วันนี้เจ้าสองแม่ลูกกินกันไปเถอะ ข้ามีการณ์สำคัญต้องไปจัดการ วันพรุ่งข้าถึงจะกลับมา ข้าไปละ” ป้าเหมย ตั้งท่าจะออกเดิน หากเสี่ยวชิงอี้เรียกไว้ด้วยเสียงแผ่วเบา รั้งฝีเท้าของท่านป้าเหมยไว้ก่อน

 

“ท่านป้าเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าต้องนำพัดที่สานไว้ ไปส่งในเมืองเจ้าค่ะ ข้า…เอ่อ…พาเสี่ยวเป่าไปด้วยได้ไหมเจ้าค่ะ”

 

ป้าเหมย นิ่งไปนิด คิ้วขมวดเป็นปมแน่นในทันที หากเมื่อเหลือบเห็นนัยน์ตา ของเจ้าก้อนแป้งน้อยที่มองมา

 

นัยน์ตากลม ๆ เล็ก ๆ ของนาง เติมเต็มด้วยความอ้อนวอนเกินสิบส่วน

 

อดมิได้ ป้าเหมยอดมิได้ที่จะใจอ่อน นางหัวเราะแผ่วเบากับตนเอง เดินเข้าไปยอบกายลงตรงหน้าเจ้าตัวเล็ก เอ่ยปากถามนางอย่างอารมณ์ดี

 

“เสี่ยวเป่า อยากไปเที่ยวในเมืองกับท่านแม่เจ้าหรือไม่” ป้าเหมยเอ่ยถาม ก่อนหยิกแก้มเล็ก ๆ อย่างหยอกล้อ เจ้าตัวเล็กส่งรอยยิ้มกว้าง ก่อนพยักหน้ารับ

 

“เสี่ยวเป่าอยากไปกับท่านแม่เจ้าค่ะ ท่านยาย” ป้าเหมยขยี้ผมของนางเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนยืดกายลุกขึ้นยืน กล่าวกับมารดาของเจ้าตัวน้อย ที่ยืนรอฟังคำตอบอยู่ข้าง ๆ อย่างอ่อนโยน

 

“เช่นนั้นก็ได้ เสี่ยวอี้ หาผ้าปิดปังเส้นผมของนางให้ดี ใครเห็นเข้าจะมากความ” ป้าเหมย กล่าวสั่งความกำชับกำชาแน่นหนัก

 

วูบหนึ่งก่อนหน้านั้น ใจนางคิดจะปฏิเสธ หากสุดท้ายเป็นความจริง “นางใจอ่อน”

 

นางรักยิ่งนักเจ้าตัวเล็กทั้งสองทั้งมารดาและบุตร ทอดสายตามองสองแม่ลูกที่กอดกันแน่นด้วยความดีใจ ก่อนตัดใจ ผละกายเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

 

แม้นหากเสี่ยวชิงอี้มีตาวิเศษ ที่สามารถมองเห็นทะลุไปได้จากทางด้านหลัง ย่อมได้เห็นดวงตาคู่คมกริบของป้าเหมยที่ในเวลานี้มีน้ำตาคลอคลอง การณ์สำคัญของนางความจริงนั้นมิมี

 

หากที่รีบร้อนออกไปยามนี้ เพราะมีความรู้สึกหนึ่งพุ่งพล่านอยู่ในใจป้า

 

เหมยถอนหายใจลึก ก่อนก้าวเดินดุ่ม ๆ จนพ้นลานบ้าน กวาดดวงตาคู่คมกริบตรวจสอบรอบบริเวณ

 

ก่อนเดินเข้าไปหาก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ที่ตั้งปนเประเกะระกะเป็นประตูหินผาปากทางเข้ามา

 

นางเข้าไปหยุดยืนที่ก้อนหินก้อนนั้น ก่อนออกแรงผลักมันออกไปทันที

 

เพียงมันเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิม ปรากฏเสียงครืดคราดจากกอต้นจู๋รอบบริเวณ

 

มันเคลื่อนตัวเข้าหากันช้า ๆ ก่อนบดปัง ปิดเส้นทางเข้าสู่ตัวเรือนเสียสิ้น

 

….. เช่นนี้อย่างไรเล่า จึงมิมีใครพบเห็น

 

…เพราะเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า จึงมิมีผู้ใดพบเจอ….

 

*** จบตอน หลบเร้นจากสายตา (2) ***

Novel
Novel