จวินเชียนเช่อกวาดสายพระเนตรมองนาง พลางรับสั่งอย่างพระทัยเย็นว่า
“นี่มิใช่สิ่งที่เจ้าปรารถนาตลอดมาหรอกหรือ ?”
ภายใต้การจับจ้องของจวินเชียนเช่อนั้น ม่อชีชีพยายามเก็บกลั้นความโกรธไว้ในใจ นางนั่งลงอีกครั้ง พลางพยายามโน้มน้าวใจเขาอย่างจริงจัง
“ฝ่าบาท ครั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับความใจกว้างของหม่อมฉันด้วยนะเพคะ ราตรีนี้เป็นราตรีที่เปี่ยมความหมายสำหรับพระองค์ และน้องหญิงหยาง พวกท่านควรที่จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข หากพระองค์ประทับค้างแรมที่ตำหนักของหม่อมฉัน ก็จะทำให้ผู้คนซุบซิบนินทากันได้นะเพคะ หม่อมฉันตัดสินใจแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง หากแต่ราตรีนี้พระองค์กลับจะประทับที่นี่ เช่นนั้นผู้คนก็จะโจษขานกันได้ว่าเป็นเพราะหม่อมฉันริษยา จึงได้รั้งพระองค์ไว้ที่นี่ เช่นนี้ย่อมไม่เป็นธรรมกับหม่อมฉันนะเพคะ”
จวินเชียนเช่อจ้องมองนางด้วยสายพระเนตรเย็นชา ก่อนจะลุกขึ้นเสด็จจากไปทันที
ม่อชีชีรู้สึกประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? นี่ข้ากล่าวคำใดผิดไปอีกงั้นรึ ?
อย่างไรก็ตาม ครั้นเห็นเขาจากไปเช่นนั้น หัวใจของนางก็รู้สึกมีความสุขมาก
“ทูลลาเพคะ ฝ่าบาท” ที่สุดก็กำจัดตัวน่ารำคาญออกไปได้เสียที
ปั้นเซียงเดินเข้ามาในห้อง เอ่ยถามอย่างงงงวยว่า
“ฮองเฮา เป็นการยากยิ่งกว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาเยือนพระตำหนักเฟิ่งหยาง เหตุใดพระนางจึงได้ปล่อยให้ฝ่าบาทเสด็จจากไปเช่นนี้ล่ะเพคะ ?”
“หากไม่ให้ฝ่าบาทเสด็จจากไป จะให้ประทับอยู่ต่อกระนั้นรึ ฮึ ?” ว่าแต่เหตุใดฝ่าบาทเสด็จมาถึงที่นี่ เจ้ากลับไม่แจ้งข้าเล่า ?” นางเขกหัวปั้นเซียง
ปั้นเซียงกล่าวอย่างเสียใจ
“เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาทนี่เพคะ พระองค์รับสั่งห้ามมิให้หม่อมฉันแจ้งแก่พระนาง”
ม่อชีชีก้มมองมือทั้งสองของตน พลันระลึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ก่อนนางถูกจวินเชียนเช่อจับอีกแล้ว นางรีบถอดอาภรณ์ด้วยความรังเกียจ จากนั้นก็โยนอาภรณ์เหล่านั้นไปที่ปั้นเซียง
“เอาเสื้อผ้าเหล่านี้ไปซักด้วย ซักหลาย ๆ ครั้งล่ะ โอ๊ะ ! ไม่ ไม่ โยนพวกมันทิ้งเลยดีกว่า อย่าให้ข้าได้เห็นเสื้อผ้าชุดนี้อีกล่ะ”
ปั้นเซียงมองเสื้อผ้าในมือตนอย่างสับสน ก่อนจะถามขึ้นว่า
“ฮองเฮา เสื้อผ้าเหล่านี้ทำสิ่งใดให้พระนางขุ่นเคืองหรือเพคะ ?”
“เสื้อผ้าเหล่านั้นหาได้ทำให้ข้าขุ่นเคืองไม่ ทว่า มันถูกคนที่ไม่ควรแตะ แตะเข้าให้น่ะสิ เช่นนั้น มันถึงต้องถูกกำจัด”
สีหน้าของม่อชีชีชัดเจนว่าไม่พอใจ
ปั้นเซียงรู้สึกไม่ดีไปกับเสื้อผ้าเหล่านี้
ม่อชีชียังคงตั้งหน้าตั้งตาล้างมือต่อไป
ผ่านไปสองสัปดาห์แล้ว ม่อชีชีก็ไม่ได้พบกับจวินเชียนเช่ออีกเลย เป็นได้ว่า ราชสำนักอาจกำลังวุ่นวาย กลางวันจวินเชียนเช่อก็ต้องยุ่งอยู่กับงานราชกิจ กลางคืนก็ต้องรับขวัญสาวงามหยางซื่อหาน จะว่าไปแล้วก็สามารถสร้างสมดุลได้ทั้งงานราชงานหลวงเลยทีเดียว
ทว่าม่อชีชีก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย นางพยายามทำความเข้าใจกับมิติคู่ขนาน อีกด้านหนึ่งก็พยายามมองหาหนทางกลับบ้าน นางหมดเวลาไปกับการทัวร์ส้วมแทบจะทุกส้วมในวังหลวงก็ว่าได้
ที่นางข้ามผ่านมิติเวลามาได้ก็ด้วยส้วมสมัยใหม่ หากจะกลับคืนสู่ยุคปัจจุบัน นางอาจต้องใช้วิธีการเดิม หากแต่เปลี่ยนเป็นส้วมในยุคโบราณแทน
ทว่าต้องใช้เวลาในการค้นหา นางยังไม่พบห้องส้วมแปลก ๆ เลย บัดนี้ เหลือเพียงห้องส้วมส่วนพระองค์ในพระตำหนักฮ่องเต้เท่านั้น ที่นางยังไม่เคยเห็น และแน่นอนว่านางย่อมไม่มีวันละทิ้งโอกาสที่จะกลับคืนสู่ยุคสมัยของตนเป็นแน่
พลบค่ำมาเยือน ปั้นเซียงก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมด้วยสิ่งที่ม่อชีชีต้องการ
“กราบทูลฮองเฮา ช่างเขียนไม่ได้หลับไม่ได้นอนไม่ได้กินไม่ได้ดื่มตลอดทั้งวัน ที่สุดก็สามารถวาดภาพผังพระตำหนักของฝ่าบาทออกมาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพคะ ทั้งตามรับสั่งของพระนาง เขาได้ทำเครื่องหมายห้องพระบังคน(ห้องส้วม)มาด้วยเพคะ”
ม่อชีชีกวาดตามองแผนผังอย่างมีความสุข
“ดีมาก ปั้นเซียง ขอบใจที่ช่วยเป็นธุระให้”
ปั้นเซียงรู้สึกงงงวย ขณะเอ่ยถาม
“ฮองเฮาเพคะ เหตุใดจึงต้องทำเครื่องหมายไว้ที่ห้องพระบังคนด้วยเพคะ ?”
ม่อชีชีหัวเราะน้อย ๆ อย่างมีเลศนัยพลางกล่าวว่า
“เพราะว่าห้องพระบังคนจะนำทางข้ากลับบ้านน่ะสิ”
ปั้นเซียงยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างสับสน นางไม่อาจเข้าใจถ้อยรับสั่งของฮองเฮา
“ปั้นเซียง ขอบใจมาก ๆ เลยที่ช่วยดูแลข้าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้ารู้สึกขอบใจเจ้าจริง ๆ นะ หลังจากที่ข้าจากไปแล้ว ก็ไม่ต้องคิดถึงข้าให้มากนักล่ะ”
ม่อชีชีตบไหล่ปั้นเซียง ราวกับว่านางจะไม่กลับมาแล้วจริง ๆ นางวิ่งอย่างเริงร่าออกไปพร้อมกับแผนผังในมือ
***จบตอน ไม่เป็นธรรมกับหม่อมฉัน***
Powered By SK REALTY+