ตอนที่ 6 ฮองเฮาเปลี่ยนไป

“อาการบาดเจ็บของเจ้าก็ยังไม่หายดี ลุกขึ้นก่อนเถิด”

 

จวินเชียนเช่อแสดงพระเมตตา ทว่าสุรเสียงยังคงเย็นชา

 

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

 

ที่สุดนางก็สามารถหยุดเล่นละครได้เสียที นางรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

 

ครั้นหยางซื่อหานเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปเช่นที่นางคาดหวัง นางก็เปลี่ยนท่าทีใหม่อย่างรวดเร็ว  นางก้าวเข้าไปหาฮ่องเต้อย่างแช่มช้อยเปี่ยมด้วยเสน่ห์งดงาม 

 

“ฝ่าบาท เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ วันนั้นหม่อมฉันไม่ควรกราบทูลฮองเฮาว่าฝ่าบาททรงมีพระประสงค์ที่จะหารือเกี่ยวกับตำแหน่งของหม่อมฉัน หาไม่ฮองเฮาก็คงจะไม่ประสบเหตุพลัดตกจากหอชมจันทร์”

 

ม่อชีชีก่นด่าในใจ ‘นังบัวปีศาจ’ นางจงใจย้ำเตือนจวินเชียนเช่อและบรรดาเหล่าขุนนางว่า ฮองเฮานั้นริษยานาง !  เจ้าไม่รู้ซะแล้ว ว่าข้าเองก็มีความสามารถด้านนี้เช่นกัน ในเมื่อเจ้าอยากเล่นเกม ก็ให้พี่สาวผู้นี้ร่วมเล่นเกมกับเจ้าเถิด แล้วค่อยมาดูว่าผู้ใดกันแน่ที่เหนือชั้นกว่า

 

“น้องหญิงหยาง อย่าได้กล่าวตำหนิตนเองเช่นนั้น ถึงแม้ว่าที่พี่สาวพลัดตกจากหอชมจันทร์นั้นจะเนื่องเพราะเจ้า ทว่าพี่สาวก็ไม่เคยคิดจะตำหนิเจ้า, จริง ๆ นะ น้องหญิง ,เป็นเพราะพี่สาวไม่ดีเองที่ไปยืนในจุดล่อแหลมเช่นนั้น”

 

ทุกผู้คนที่ได้ยินต่างก็รู้สึกราวกับหัวใจถูกฉุดกระชากปลิดปลิว ภาพลักษณ์ที่บริสุทธิ์ สูงส่งของหยางซื่อหานในหัวใจของพวกเขาพลันพังทลายลง

 

หยางซื่อหานตื่นตระหนก พลันเหงื่อเย็น ๆ ก็ไหลพรั่งพรู

 

“ฝ่าบาท หม่อมฉัน…”

 

“น้องหญิงหยาง เจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวคำใดอีก พี่สาวเข้าใจดีว่าหัวใจของเจ้ามีเพียงฝ่าบาท เจ้าและฝ่าบาทต่างก็เป็นคู่สวรรค์สร้างโดยแท้ พี่สาวคนนี้ควรจะให้การสนับสนุนเจ้า มิใช่ขัดขวางเจ้า เช่นนั้นการที่เจ้าจะเกลียดพี่สาวคนนี้ กระทั่งเลอะเลือนไปชั่วขณะนั้น พี่สาวคนนี้ก็พอจะเข้าใจได้”

 

“ภายหลังที่ข้าตกลงมา หัวใจของข้าก็เต็มไปด้วยความสำนึกเสียใจ ข้าไม่ควรขัดขวางการครองคู่ของเจ้าและฝ่าบาท ข้ารู้สึกเห็นใจเจ้า ทั้งควรจะช่วยส่งเสริมเจ้า ความรักเป็นสิ่งงดงาม”

 

แน่นอนว่าภายในวังหลังแห่งนี้ ผู้ใดก็ตามที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ คนผู้นั้นย่อมต้องตกเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของสตรีทุกนาง

 

ในเมื่อหยางซื่อหานเป็นฝ่ายเสนอตัวไปยืน ณ จุดนั้น มีหรือที่ม่อชีชีจะไม่ช่วยผลักดันด้วยความรู้สึกเปี่ยมสุข นางยังคงต้องหาหนทางกลับบ้าน  ไม่มีเวลาว่างพอที่จะเล่นเกมกับสาว ๆ เหล่านี้

 

ถ้อยคำที่ออกจากปากม่อชีชีทำให้จวินเชียนเช่อถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง

 

“ฮองเฮา นี่เจ้ายินดีรับหยางซื่อหานเข้าร่วมฝ่ายในกระนั้นรึ ?” 

 

“เพคะ ฝ่าบาท พระองค์ควรจะมีสาวงามถึง 3000 นางด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้เป็นหม่อมฉันที่ผิดเอง ทว่าตอนนี้หม่อมฉันรู้ผิดแล้วเพคะ จากนี้ไปไม่ว่าทรงมีพระดำริใดหม่อมฉันล้วนเห็นพ้อง ไม่ว่าฝ่าบาทจะโปรดปรานผู้ใด สตรีผู้นั้นก็สามารถถวายตัวเข้าตำหนักในได้เพคะ ยิ่งมากก็ยิ่งดีเพคะ”

 

และจะดียิ่งกว่านั้น…หากตายคาเตียงมังกรได้เลยยิ่งดี พ่อม้าพันธ์ชั้นเยี่ยม

 

“ยากยิ่งที่จะพบฮองเฮาเปี่ยมด้วยคุณธรรมเช่นนี้ เรารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก”

 

ถ้อยคำของจวินเชียนเช่อยังคงเย็นชาเฉกเช่นเคย สุรเสียงนั้นยังคงราบเรียบไร้แรงอารมณ์

 

“จากนี้ไป หม่อมฉันจะปรับปรุงตัวเพคะ หม่อมฉันจะพยายามเป็นฮองเฮาผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม น้อมปฏิบัติตามทุกรับสั่งของพระองค์ เช่นนั้นหม่อมฉันไม่ขอรบกวน ช่วงเวลาทรงพระเกษมสำราญระหว่างพระองค์ และน้องหญิงหยาง หม่อมฉันขอถวายบังคมลาก่อนนะเพคะ”

 

ม่อชีชียืดตัวขึ้น จากนั้นก็หันหลังก้าวจากไปทันที 

 

ทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยความสง่างาม ทว่าก็แฝงความนิ่มนวล แลดูมั่นคงแน่วแน่ นางไม่ให้โอกาสผู้ใดรั้งตัวไว้ได้เลย 

 

จวินเชียนเช่อมองตามแผ่นหลังของม่อชีชี ขณะที่นางสาวเท้าก้าวจากไป จู่ ๆ พระหทัยของฮ่องเต้หนุ่มกลับรู้สึกสูญเสียอย่างไม่อาจอธิบายได้ คืนนี้นางค่อนข้างแปลก แปลกมาก แปลกกระทั่งเขาจำนางแทบไม่ได้

 

***จบตอน ฮองเฮาเปลี่ยนไป***

Novel
Novel