ตอนที่ 4 อีกมิติ

ทัพม้าเคลื่อนพลนานกว่าชั่วยาม* ที่สุดจึงถึงจุดหมาย เว่ยชีชีใช้สายตาสอดส่ายไปทั่วจึงเห็นกระโจมพักแรมที่ถูกกางไว้ทั่วทุกหนแห่ง มีทหารหุ้มเกราะเดินลาดตระเวนโดยรอบ

*1 ชั่วยาม คือ 2 ชั่วโมง

 

นี่คือค่ายทหาร ทันทีที่โผล่พ้นรถคุมนักโทษ ทหารผู้หนึ่งก็ผลักเว่ยชีชีเข้าไปในประตูเหล็ก

 

หลังประตูเหล็กคือคุกคุมขังที่มืดมิดชวนขนลุก นักโทษนั่งคุดคู้กระจุกกันอยู่ตามมุมผนัง กลิ่นเหม็นอับชวนคลื่นไส้คลุ้งกระแทกจมูก คุณหนูผู้ได้รับการพะเน้าพะนอเอาใจนับแต่แบเบาะมีหรือจะทนรับสภาพเช่นนี้ได้ ? เว่ยชีชีอุดจมูกลงนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ข้างประตูเหล็กบานนั้น

 

ทหารร่างใหญ่ผู้หนึ่งที่อยู่ด้านข้างเดินตรงเข้ามาเอ่ยปากไถ่ถาม “น้องชายเจ้าดูไม่เหมือนชาวซุยงหนูเรา ? ไยถูกจับมาที่นี่ได้ ?”

 

“ว่าไงนะ ? ชาวซุยงหนู*งั้นรึ ?” ยิ่งฟังกลับยิ่งงุนงง พวกที่ถูกจับมาที่นี่คือชาวซุยงหนูหรือนี่ ? ซุยงหนู ชนเผ่าร่อนเร่ป่าเถื่อนไร้อารยธรรมในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกจักรวรรดิฮั่นอันยิ่งใหญ่กลืนกินงั้นหรือ

*ซุยงหนู ชนเผ่าร่อนเร่ทางตอนเหนือของจีนในสมัยโบราณ ทั้งยังเชื่อว่าชาวฮั่นก็มีเชื้อสายมาจากชนเผ่าซุยงหนูนั่นเอง

 

อย่าบอกนะว่า เธอทะเล่อทะล่าเข้ามาในยุคสมัยฮั่น !

 

หญิงสาวคว้าตัวทหารหนุ่มผู้นั้นเข้ามาเค้นถาม

 

“ว่าไงนะ…พวกเรากำลังอยู่ในช่วงสงครามระหว่างฮั่นกับซุยงหนูกระนั้นหรือ ? เช่นนั้น สถานที่แห่งนี้คือ…”

 

“ค่ายทหารอาณาจักรฮั่น ค่ายท่านอ๋องสาม หลิวจ่งเทียน”

 

ในหัวของเว่ยชีชีพลันว่างเปล่าในทันที ร่างของเธอทรุดลงไปกองกับพื้น อ๋องสาม…หลิวจ่งเทียนงั้นหรือ ? ค่ายทหารของอาณาจักรฮั่นอันยิ่งใหญ่งั้นหรือ ? สวรรค์ ! ไยลุงเหยียนต้องพาเธอมาที่นี่ด้วย ? ไม่เพียงเธอจะถูกส่งข้ามเวลามาถึงนี่ ยุคสมัยมีตั้งมากมาย ไยต้องถีบหัวส่งเธอมายุคสงครามฮั่นด้วย ! เว่ยชีชีแทบไม่เชื่อหู เธอยังคงดิ้นรนแข็งขืน

 

“นี่เจ้ามิได้กำลังโป้ปดอยู่ใช่ไหม ? มิใช่ล้อกันเล่นใช่ไหม ?”

 

“พูดอะไรของเจ้า ? โป้ปดอันใดกัน ? เห็น ๆ กันอยู่ว่าข้าก็ถูกจับมาเป็นเชลยเช่นกัน เวลาเช่นนี้ ผู้ใดมีอารมณ์มาล้อเล่นกับเจ้าเล่า กระทั่งหัวจะหลุดจากบ่าเมื่อไรก็ยังมิรู้เลย !”

 

หัว…หลุด ? หญิงสาวนิ่งอึ้งในหัวเคว้งคว้าง คุณหนูตัวน้อยผู้มีวัยเพียง 17 ปี ยังมิทันได้จบการศึกษากลับจะต้องมาจบชีวิตลงแล้วกระนั้นหรือ ? ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตให้หนำใจเลย ! ผู้ใดอยากตายตอนนี้กันเล่า ! เพียงเท่านั้น เว่ยชีชีก็ลุกพรวด อัดลมเข้าจนเต็มปอดก่อนจะเปล่งเสียงตะโกนผ่านซี่กรงเหล็กที่ขวางหน้า

 

“นี่ ! พรรคพวก เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉันคือเว่ยชีชี คือนักเรียนจากไฮสคูลซวนเต๋อ ปล่อยฉันเร็วเข้า ฉันอยากกลับบ้านแล้ว !”

 

เสียดายที่ไม่มีแม้สักคนเดียวที่ฟังเธอ แม้หญิงสาวจะเกรี้ยวกราดอย่างหนัก กระนั้นเธอก็ยังคงไม่หยุดตีโพยตีพาย

 

“ฉันคือเว่ยชีชี ฉันมิใช่คนยุคนี้ ฉันบังเอิญหลุดเข้ามาด้วยความผิดพลาดบางอย่าง” หลุดมาด้วยความผิดพลาดงั้นรึ ? ตลกสิ้นดี กระทั่งตัวเธอก็ยังมิรู้เลยว่าตนมาโผล่อยู่ในที่ประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร

 

“มีใครอยู่ตรงนั้นบ้างไหม ? ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันอยากไปจากที่บ้า ๆ นี่จะแย่อยู่แล้ว ! ฉันมิใช่ชาวซุยงหนู !”

 

“ไอ้ลูกหมา ! ไอ้หัวเต่า !”

 

“หลิวจ่งเทียน ! แน่จริงก็ย้ายก้นออกมาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ !

 

สีหน้าของทหารซุยงหนูผู้นั้นหม่นมัวทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายแหกปากร้องตะโกนลั่นไม่หยุด “บ้าไปแล้วรึ กล้าดีอย่างไรไปเรียกพระนามของท่านอ๋องเช่นนั้น ? ไม่กลัวถูกบั่นหัวหรือไร ?”

 

“ด้วยเหตุผลใดเล่า ? เรื่องอะไรต้องมาตัดหัวกันด้วย ? ฉันมิใช่ชาวซุยงหนูเสียหน่อย !  ใคร ๆ เขาก็เรียกชื่อกันทั้งนั้นขนาดประธานาธิบดียังเรียกชื่อเลย นับประสาอันใดกับหลิวจ่งเทียน คิดว่าชื่อตนวิเศษกว่าผู้อื่นงั้นรึ ? ชิ ! กะอีแค่เศษฝุ่นในหน้าพงศาวดาร !”

 

เชลยศึกชาวซุยงหนูผู้นั้นเริ่มรู้ตัวแล้วว่าอยู่ให้ห่างจากเจ้าคนวิปริตผู้นี้ไว้เป็นดี หาไม่แล้ว เจ้าบ้านี่คงได้ลากเขาไปหาความอับโชคอย่างที่สุดเป็นแน่

 

และเป็นดังที่คาด ลูกกรงเหล็กถูกเปิดออก นายทหารจำนวนมากกรูกันเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราดราวพายุ “ไอ้ทุเรศที่ไหนกล้าแหกปาก ! นี่พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตกันแล้วใช่หรือไม่ ? ไอ้บ้าที่ไหนกล้าเอ่ยเรียกพระนามของท่านอ๋องสาม ? !”

 

“ฉันเอง ! ไปเลย พาฉันออกไปเลย !”

 

“ไอหย่า ขวัญกล้ายิ่งนัก ไม่อยากเหลือชีวิตอีกแล้วใช่หรือไม่ ?”

 

ทหารผู้นั้นตรงเข้ามาจิกหัวลากตัวออกไป เสียดายที่ผมของเว่ยชีชีสั้นเกินไปจึงหลุดมือ หญิงสาวรีบฉวยโอกาสหลบหนีทันที

 

“จับตัวไอ้ซกมกนั่นเร็ว !”

 

เว่ยชีชีคือผู้รู้ทักษะมวยจีน ผู้หญิงอย่างเธอใช่สาวอ่อนแอทำตัวออเซาะไปวัน ๆ เสียเมื่อไร เพียงกวาดตามองไปทั่วทิศ ร่างน้อย ๆ นั้นก็พุ่งพรวดออกไปราวสายลมเป้าหมายดิ่งตรงไปหาบริเวณที่ตั้งค่าย เสียงตะโกนโหวกเหวกร้องเรียกกันไปมาโกลาหล ทุกหน่วยเตรียมการป้องกันรับมืออย่างเต็มที่

 

ซวยล่ะ ! ผิดแผน ! พวกกองทหารเฝ้าเวรยามตามไล่หลังมาติด ๆ ข้างหน้าคือทางตัน ทำอย่างไรดี ? ในเสี้ยวนาทีวิกฤตินั้นเอง สายตาของเธอพลันเหลือบไปเห็นค่ายพักทางด้านขวา เว่ยชีชีพุ่งร่างพรวดเข้าไปอย่างไม่ลังเล เพียงมุดเข้าไปด้านใน ทหารสองคนก็เดินเข้ามาประจำตำแหน่งคล้ายเฝ้าอารักขา โชคดีชะมัด ! เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนเวรยามพอดี !

 

“พวกเจ้าเห็นไอ้หนุ่มผมสั้นท่าทางเอาเรื่องวิ่งหนีมาทางนี้ไหม ?”

 

“ไม่เลยขอรับ ! ทางนี้ปลอดภัยดีขอรับ !”

 

“จับตาดูให้เข้มงวด หากมีเรื่องผิดพลาด จงเตรียมระวังหัวพวกเจ้าไว้ได้เลย !”

 

“รับทราบ !”

 

***จบตอน อีกมิติ***

Novel
Novel
Novel