ชั่วขณะนั้น มือเล็ก ๆ ของม่อชีชีก็ถูกคว้าไว้ พร้อมทั้งบีบแน่น นั่นทำให้ม่อชีชีเกือบส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ทันทีที่น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขาดังเข้าหูของนาง ทุกอณูบนร่างของนางก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ จึงสบเข้ากับสายตาเย็นชา
จะว่าไปแล้ว ต่อให้นายแบบชั้นนำ หรือเน็ตไอดอลก็ไม่อาจเทียบหนุ่มรูปหล่อเบื้องหน้าได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายรัศมีที่ทรงอำนาจอีกทั้งครอบงำผู้คน ยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้จริง ๆ
ทว่า… นี่มิใช่ ‘จวินเชียนเช่อ’ ที่นางรู้จัก
จวินเชียนเช่อที่นางรู้จักคือสุภาพบุรุษผู้อบอุ่น ผู้มีลักษณะของนักวิชาการ ทั้งน้ำเสียงก็นุ่มนวลชวนฝัน
โอ้… สวรรค์ ! ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะกลับตาลปัตรไปหมด
อย่างไรก็ตาม แม้นางจะรู้ว่าเขามิใช่จวินเชียนเช่อที่นางรู้จัก ทว่าเขา และจวินเชียนเช่อต่างก็เป็นบุรุษที่ไร้หัวใจเฉกเช่นเดียวกัน ดูจากความตายอันน่าอเนจอนาถของเจ้าของร่างเดิมก็พอจะยืนยันได้ เขาทอดสายตามองภรรยาก้าวสู่ความตายได้อย่างเลือดเย็น ซ้ำยังยื่นมือช่วยสตรีอีกคน
โอ้ ! แม่เจ้า ! ทั้งโหดเหี้ยม ทั้งอำมหิต เขาก็ไม่ต่างจากทรราชใจบาป หยาบช้า
ยามนี้ความประทับใจที่นางมีต่อเขาลดระดับลงอย่างฮวบฮาบ ในความรู้สึกของนาง นามจวินเชียนเช่อน่ารังเกียจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
เป็นไปได้หรือไม่ว่าชายทุกคนที่ใช้นามนี้จะเป็นพวกเศษสวะ ?
ม่อชีชีลดศีรษะลง นางค่อย ๆ ชักมือของนางออกจากการเกาะกุมของเขา จากนั้นก็คุกเข่าลงบนพื้นอีกครั้ง นางซุกซ่อนความขุ่นเคืองในแววตา ก่อนที่จะยกมือซ้ายตีเข้าที่มือขวาของตนเอง โทษฐานที่ไปลูบคลำไอ้ถ่อยนั่นเข้า นางก่นด่านิสัยเก่าของตนอยู่ในใจ
ม่อชีชีเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้เย็นชา นางหัวเราะพลางกล่าว
“หึหึ ฝ่าบาท โรคเก่าของหม่อมฉันกำเริบ โปรดประทานอภัยด้วยเถิดเพคะ”
อดีตนางคือนักโบราณคดีผู้ซึ่งวันทั้งวันเอาแต่ขลุกตัวขุดของเก่าอยู่แต่ในสุสานโบราณ ยามนี้เลือดลมของนางกำลังเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้มาเห็นข้าวของโบราณที่อยู่ในยุคสมัยของมันต่อหน้าต่อตา นางจะระงับเสียงเรียกร้องในใจให้ตรวจสอบสัมผัสได้อย่างไรไหว !
“ต่อหน้าเราเจ้ากลับกระทำตัวราวคนวิกลจริต เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ?”
สุรเสียงเยือกเย็น ชัดเจนว่าไม่พอพระทัยอย่างยิ่ง ผู้คนที่ได้ยินต่างก็หวาดกลัวจนหัวหด ไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจดัง
ทันใดนั้นเอง ม่อชีชีก็ยืดอกอย่างสง่าผ่าเผย
“กราบทูลฝ่าบาท วันนี้เป็นวันดี หม่อมฉันได้พาบรรดาน้องสาวมาที่นี่ก็เพื่อมาร่วมแสดงความยินดีเพคะ ยินดีด้วยเพคะ ฝ่าบาท ขอทรงพระเกษมสำราญเพคะ”
ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของม่อชีชีนั้น ส่งผลให้บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็มึนงง พวกนางต่างก็จ้องมองม่อชีชีด้วยสายตาโง่งม
เห็นได้ชัดว่าจวินเชียนเช่อมิคาดหวังว่าจะได้สดับเช่นนี้ ฮ่องเต้ทอดสายพระเนตรมองนางพลางตรัสถามอย่างเย็นชา
“เจ้ามาเพื่อแสดงความยินดีกระนั้นรึ ?”
ม่อชีชีทูลตอบพร้อมรอยยิ้มจริงใจใสซื่อ
“เพคะ หม่อมฉันมาที่นี่ เพื่อแสดงความยินดีด้วยความบริสุทธิ์ใจเพคะ หม่อมฉันขออวยพรให้ฝ่าบาท และน้องหญิงหยาง มีความรักที่เป็นนิรันดร์ อยู่ด้วยกันจนเฒ่าชรา รักใคร่กลมเกลียว ขอให้น้องหญิงหยางตั้งครรภ์มังกรในเร็ววัน…”
“ดี ลุกขึ้นได้” จวินเชียนเช่อขัดจังหวะขึ้น ด้วยสุรเสียงค่อนข้างจะดุดัน
“ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าบาท” ขัดจังหวะผู้อื่นในขณะที่กำลังพูด ช่างไร้มารยาทจริง ๆ ม่อชีชีนึกตำหนิ
ปั้นเซียงรีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยพยุงเจ้านายของนาง
“เคร้ง !”
ทันทีที่สิ้นเสียง ทุกผู้คนในงานเลี้ยงพระราชทานต่างก็ตระหนก จากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสาม ทุกคู่สายตาต่างมาจับจ้องรวมกันที่กริชซึ่งตกอยู่บนพื้น
ครั้นเห็นเช่นนี้ บรรดาพระสนมพระชายาก็ยกยิ้มอย่างอิ่มเอม
ม่อชีชีแทบอยากจะเขกกะโหลกตนเอง
นี่นางลืมเรื่องกริชที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อไปได้อย่างไร !
นางพกพาอาวุธเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ต่อหน้าขุนนางอำมาตย์ตั้งมากมาย รนหาเรื่องตายแท้ ๆ !
สมองของนางคิดหาหนทางรอดอย่างรวดเร็ว
***จบตอน หาเรื่องตายแท้ ๆ***
Powered By SK REALTY+