ตอนที่ 82 ไร้ค่าจะคบหา

น้ำเสียงทุ้มต่ำของบุรุษหนุ่มดังก้องขึ้นในหู “เจ้าตัวน้อย ข้าทำให้เจ้ารำคาญใจถึงขนาดต้องเร่งร้อนจากมาโดยไม่บอกกล่าวกันสักคำเชียวหรือ เหตุใดเจ้าจึงทำลายสะพานทันทีที่ข้ามพ้นสายธารได้เล่า* ?”

*ทำลายสะพานทันทีที่ข้ามพ้นสายธาร หมายถึงใช้ประโยชน์สำเร็จก็ทิ้งไป

 

เกอซีขยี้จมูกที่ยังคงเจ็บระบม ดวงตาเจิ่งน้ำจับต้องตรงไปยังบุรุษผู้ขัดขวางเส้นทาง “เช่นนั้นข้าก็ขอบอกกับเจ้าตอนนี้แล้วกัน พอใจหรือยัง ?”

 

กล่าวจบหญิงสาวยกมือขึ้นโบกพลางเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย “หนานกงยวี่ ลาก่อน”

 

หนานกงยวี่ทำได้เพียงส่งเสียงหัวเราะด้วยความเริงร่าระคนขุ่นข้องเมื่อต้องเผชิญกับสาวน้อยใจแข็งปากหนักผู้นี้ ชายหนุ่มคว้าข้อมือขาวเนียนของนางที่ยกโบกลาก่อนจะออกแรงดึงรั้งเข้าหาอ้อมอกตนพลางเปล่งเสียงหัวเราะแผ่วเบาเคล้ามากับน้ำเสียงทุ้มต่ำ “หากยอมให้เจ้ากล่าวอำลาง่ายดายเช่นนี้เปิ่นหวางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด”

 

ยามนี้ทั้งคู่ยืนใกล้ชิดเบียดเสียดกันมาก ร่างของเกอซีแทบจะถูกกดแทรกเข้าไปในแผ่นอกของหนานกงยวี่ พวกเขาทั้งคู่ยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนสกุลโอวหยาง เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวบ้านร้านตลาดที่ขวักไขว่อยู่บนท้องถนนตะวันตกต่างต้องเหลียวหลังจับจ้องคนทั้งคู่

 

สายตาทุกคู่ที่ชำเลืองมองล้วนอัดแน่นไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ ใคร่อยากรู้อยากเห็น งวยงงสงสัย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความปรามาสเหยียดหยาม

 

บุรุษสองนายตรงเข้าตะกองกอดโอบอุ้มกันและกันกลางท้องถนนอย่างปุบปับ นับเป็นความเสื่อมทรามแห่งศีลธรรมจรรยา บุรุษคู่นี้ช่างไร้ยางอาย !

 

พวงแก้มทั้งคู่ของเกอซีแดงระเรื่อ แม้นางจะไม่เคยแยแสต่อสายตาผู้ใดหากแต่ยามนี้หญิงสาวกลับต้องรู้สึกอับอาย นางพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากวงแขนของชายหนุ่มอย่างสุดแรง

 

หากแต่ยิ่งดิ้นหนีอ้อมแขนของหนานกงยวี่กลับยิ่งรัดแน่น กระทั่งที่สุดท่อนแขนข้างหนึ่งของชายหนุ่มก็ตรงเข้าโอบรัดรอบเอวบางระหงกักขังนางไว้อย่างแน่นหนาภายใต้อ้อมอกของตน

 

“เจ้า……ปล่อย !” เกอซีเอ่ยปากอย่างลุกลี้ลุกลน “เจ้าต้องการสิ่งใด ?”

 

หนานกงยวี่หาได้สะทกสะท้านต่อสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาแม้เพียงน้อย หากแต่สายตาของเขากลับยิ่งแลดูคลุมเครือ ท่าทีของเขากลับยิ่งล่วงล้ำก้ำเกิน ราวกับว่านางได้ให้สัตย์ปฏิญาณยอมสยบอยู่ภายใต้อำนาจของเขาแล้ว

 

“บอกข้ามาสิ เหตุใดเมื่อเช้านี้เจ้าจึงทำตัวเย็นชากับข้านัก” หนานกงยวี่โน้มศีรษะลงมากระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูหญิงสาว “หากเจ้ายอมกล่าวตามความเป็นจริง ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไป ฮืม ?”

 

เกอซีกัดฟันแน่น เมื่อหวนนึกถึงวาจาเย่อหยิ่งจองหองที่จูเฉวี่ยเอ่ยกับนางเมื่อวันวาน รำลึกถึงคำเตือนที่บาดหู หญิงสาวจึงอดมิได้ที่จะเอ่ยวาจาเย้ยหยันขึ้น “พระองค์คือองค์ชายราชันมัจจุราชผู้สูงศักดิ์เรืองอำนาจ ส่วนหม่อมฉันเป็นแค่เพียงบุตรีที่เกิดจากภรรยาผู้เป็นอนุที่แม้แต่สกุลน่าหลานยังทอดทิ้ง หม่อมฉันหรือจะกล้ากระทำตนเย็นชากับพระองค์ ? คนอย่างหม่อมฉันหรือจะกล้าที่จะกระทำตนสนิทสนมกับชนชั้นสูงผู้อยู่ในตำแหน่งอันทรงเกียรติ หม่อมฉันกลับจะต้องให้ความเคารพนบนอบรักษากิริยาให้อ่อนน้อมเข้าไว้มากกว่า”

 

ฝ่ามือที่หนานกงยวี่เกาะกุมรอบข้อมือของหญิงสาวยิ่งรัดแน่นเหนียวขึ้น ดวงตาที่เย็นชาตกต้องลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อที่เผยอขยับขึ้นลง เขาใคร่อยากจะประกบปิดฝีปากน้อย ๆ  ที่พรั่งพรูวาจาเชือดเฉือนให้ผู้คนต้องโกรธเกรี้ยวจนดับดิ้นเสียให้ได้

 

เขาคือราชันมัจจุราชผู้น่าเกรงขาม เพื่อหมายจะเอาชนะใจนาง เขาถึงกับยอมติดตามนางมาถึงจวนโอวหยาง ทุ่มเทพลังปราณในกายของตนเพื่อช่วยให้นางบรรลุความสำเร็จในการรักษาโดยปราศจากความลังเล หากแต่สิ่งที่ไม่คิดฝันนั้นคือ สิ่งที่นางมอบให้ตอบแทนกลับกลายเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ที่ว่า “คนอย่างหม่อมฉันหรือจะกล้ากระทำตนสนิทสนมกับชนชั้นสูงผู้อยู่ในตำแหน่งอันทรงเกียรติ” ?

 

ดวงตาของหนานกงยวี่เย็นยะเยือกขึ้นกว่าแต่ก่อนกระทั่งทำให้เกอซีอดมิได้ที่จะใจสั่น

 

นางย่อมระลึกได้เสมอว่าบุรุษผู้นี้คือผู้ช่วยโอบอุ้มประคองนางยามเมื่อนางอ่อนแอไร้กำลัง เกอซียิ่งอดมิได้ที่จะละอายแก่ใจ หากแต่เมื่อนางกำลังจะเอ่ยวาจาเพื่อเขาบ้าง เสียงกระดิ่งกังวานกลับดังแทรกผ่านช่องหู

 

เมื่อหันกลับมาเกอซีจึงได้เห็นรถม้าที่หรูหราตระการตาจอดอยู่ตรงหน้า อาชาสีขาวบริสุทธิ์ราวปุยหิมะคือผู้ลากเคลื่อนรถม้าหลังนี้ เส้นแผงม้าสีขาวทอประกายระยับตา มันเรียบลื่นไม่สะดุดสะอาดบริสุทธิ์ไร้มลทินดวงตาทั้งคู่ใสกระจ่างแวววาว

 

ผู้ที่นั่งอยู่บนบังเหียนคือ ชิงหลง ลูกน้องคนสนิทของหนานกงยวี่ ยามนี้เขาหอบหายใจเล็กน้อย สีหน้าท่าทางบ่งบอกได้ถึงความขุ่นเคือง “นายท่าน คุณชายซี ขอเชิญขึ้นมาพูดคุยกันต่อที่ด้านบนเถิด”

 

สายตาหงุดหงิดคับข้องใจกวาดไปมาโดยรอบ ภายในใจนึกยินดีปรีดาเป็นที่ยิ่งด้วยเพราะพระองค์ท่านของเขามักชอบทำตัวเยี่ยงคนธรรมดาสามัญ แม้ว่าพระองค์ท่านจะเป็นผู้เกริกไกรชื่อเสียงเลื่องลือ โดดเด่นยิ่งกว่าผู้ใดในแดนดิน หากแต่กลับมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะจดจำใบหน้าของพระองค์ได้

 

นับว่าโชคียิ่ง หาไม่แล้ว ข่าวลือที่ว่า ‘องค์ราชันมัจจุราชเป็นบุรุษผู้หมายปองบุรุษ ! องค์ราชันมัจจุราชกำลังสวมกอดกับบุรุษอีกนายหนึ่งด้วยความลึกซึ้งตราตรึง’ คงจะต้องแพร่สะพัดไปทั่วจนกลายเป็นความโกลาหลวุ่นวาย หากเป็นเช่นนั้น ไม่เพียงแค่ชื่อเสียงของพระองค์ท่านจะต้องหม่นหมอง หากแต่บรรดาคุณหนูน้อยใหญ่ทั้งหลายทั่วทั้งอาณาจักรจินหลิงที่ล้วนหลงใหลคลั่งไคล้พระองค์ท่านคงจะต้องคลั่งจนเสียสติไปแน่ !

 

***จบตอน ไร้ค่าจะคบหา***