ตอนที่ 45 งานเลี้ยงอาหารค่ำ (6)

เนื่องจากบริเวณห้องโถงชั้นในไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามา เช่นนั้นหญิงชราจึงต้องพาไป๋หยานออกไปด้านนอก เพื่อพบปะกับแขก

 

ช่วงเวลานั้นหลานเสี่ยวหยุนก็วิ่งมาอยู่ข้าง ๆ ไป๋หยาน นางเอ่ยถามออกมาว่า “นี่ พี่ช่วยรักษาท่านปู่จริง ๆ กระนั้นหรือ ? ข้าได้ยินมาจากท่านพ่อว่าพี่เป็นศิษย์ของหมอปรุงยาระดับสี่”

 

“อืม…” ไป๋หยานยืนยัน พลันริมฝีปากของนางก็โค้งก่อให้เกิดรอยยิ้ม

 

เด็กสาวนัยน์ตาลุกวาว นางรีบเดินตามต้อย ๆ “เช่นนั้นพี่ช่วยสอนข้าปรุงยาหน่อยจะได้หรือไม่ ?”

 

ไป๋หยานหันกลับไปมองลูกพี่ลูกน้องของนาง ทันทีที่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังของน้องสาว นางก็เผลอพยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว “ข้าสามารถสอนเจ้าได้ หากแต่เจ้าจะเรียนรู้ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเอง”

 

ครั้นไป๋หยานรับคำ หลานเสี่ยวหยุนก็กระโดดตัวลอยอย่างตื่นเต้นยินดี นางเริ่มรู้สึกภูมิใจในตนเองขึ้นมาอีกครั้ง

 

ไป๋จื่อ ถึงเจ้าจะมีพี่สาวเป็นถึงชายาเอกขององค์รัชทายาทแล้วยังไง ? ตอนนี้ข้ามีพี่ไป๋หยานเป็นอาจารย์ของข้า นั่นก็หมายความว่าตอนนี้ข้าก็มีอาจารย์ของอาจารย์เป็นหมอปรุงยาระดับ 4  ! ทีนี้ข้าก็ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าแล้ว

 

น่าเสียดายที่หลานเสี่ยวหยุนไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ นางเหมาะกับการรำดาบ และฟาดไม้กระบองมากกว่า มิใช่ว่านางไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน หากแต่หลังจากทดลองปรุงยามาหลายครั้ง นางก็รู้ตัวและยอมรับความจริง

 

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ไป๋หยานปรากฏตัว  นางก็นับเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของไป๋หยานเช่นกัน !

 

การไม่มีความสามารถในด้านปรุงยามิใช่เรื่องสำคัญเลย นางเพียงต้องการให้มีตำแหน่งทัดเทียมกับไป๋จื่อได้เท่านั้น

 

นั่นคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนาง !

 

*****

 

 

ภายในห้องจัดเลี้ยงบ้านสกุลหลาน

 

“องค์รัชทายาทเสด็จ !” บ่าวรับใช้ประกาศเสียงดังมากจากด้านนอก ทำให้แขกในงานที่กำลังสนทนาเฮฮาต่างเงียบเสียงลง

 

องค์รัชทายาทกระนั้นหรือ ?

 

เขามาด้วยหรือนี่ ?

 

เป็นไปไม่ได้ที่องค์รัชทายาทจะมาที่นี่ เพื่อสร้างความสุขให้ไป๋หยาน เพราะนางก็เคยอยู่ในฐานะพระคู่หมั้นของเขามาก่อน ทว่าเพราะนางเสียความบริสุทธิ์ นางจึงถูกคนในราชสำนักตั้งแง่รังเกียจ หากแต่องค์รัชทายาทกลับปรากฏกายขึ้นที่นี่ เป็นเรื่องล้อเล่นใช่หรือไม่ ? 

 

“ผู้ใดส่งเทียบเชิญให้เขา ?” หลานหยู (ลุง) ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะกระซิบกับชายที่อยู่ข้างกาย

 

ทหารยามที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าวตอบอย่างระมัดระวังว่า “ผู้น้อยกำชับทุกคนแล้วว่า ห้ามส่งเทียบเชิญไปที่ตำหนักขององค์รัชทายาท ข้าน้อยเชื่อว่าคงไม่มีผู้ใดกล้ากระทำเช่นนั้นเป็นแน่”

 

ไม่มีเทียบเชิญ เช่นนั้นเขามาที่นี่ได้อย่างไร ?

 

สีหน้าของหลานหยูแลดูไม่ดีนัก เขาไม่เคยลืมว่าคนในราชสกุลนี้ทำสิ่งใดไว้กับไป๋หยานซึ่งเป็นหลานสาวของเขาบ้าง

 

ใคร ๆ ต่างกล่าวขานกันว่าโอรสขององค์รัชทายาทคลอดก่อนกำหนด หากแต่ไยเด็กน้อยถึงมีสุขภาพดีถึงเพียงนั้น มีเพียงคนโง่เขลาเท่านั้นจึงจะเชื่อคำโป้ปดนี้

 

ชายหญิงแพศยาคู่นี้มีความสัมพันธ์กัน ก่อนที่หยานเอ๋อจะจากไปเสียด้วยซ้ำ เมื่อเรื่องปรากฏเช่นนี้ การที่ไป๋รั่วจะวางแผนกลั่นแกล้งหยานเอ๋อ เพื่อจะได้เป็นพระชายาขององค์ชายรองก็ย่อมเป็นไปได้

 

ด้วยเหตุนี้ หลานหยูจึงไม่ยอมส่งเทียบเชิญองค์รัชทายาทมาร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ เพราะเขาเกรงว่าตนจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ จนถึงขั้นกระโดดบีบคอองค์รัชทายาทเข้าให้

 

“เจ้าบ้านหลาน ท่านคงไม่ตำหนิข้าที่มาโดยไม่ได้รับเชิญใช่หรือไม่ ?” หนานกงอี้คลี่พัดก่อนจะเดินเข้าไปหาหลานหยูพร้อมด้วยรอยยิ้ม ท่าทางของเขาราวกับบัณฑิตหนุ่ม “ข้าได้ยินมาว่าท่านผู้เฒ่าเจ้าบ้านหลานบิดาของท่านป่วยหนัก ข้าจึงใช้โอกาสนี้มาเยี่ยมเยียม เพราะข้าไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ได้อีกสักกี่วัน ?”

 

หลานหยูกำหมัดแน่น ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มที่ดูเหมือนแสยะ “บิดาของข้าอาการดีขึ้นมาก คงไม่รบกวนให้องค์รัชทายาทต้องเป็นห่วง ! อย่างไรก็ตามข้าเกรงว่าจุดประสงค์ในการมาของท่านในวันนี้อาจจะไม่บริสุทธิ์นัก ขออภัยด้วย หากแต่ข้าคิดว่าบ้านสกุลหลานของเราไม่เหมาะที่จะรับรองท่าน” 

 

ข่าวการฟื้นตัวของชายชรายังคงจำกัดอยู่ภายในบ้านสกุลหลาน เช่นนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่องค์รัชทายาทจะไม่รู้ความจริงข้อนี้ นั่นทำให้เขาคิดว่าท่านผู้เฒ่าเจ้าบ้านยังคงป่วยหนัก และอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ครั้นหนานกงอี้ได้ยินว่าเจ้าภาพไม่ต้อนรับเขา  เขาก็เลิกคิ้วขึ้น ขณะที่เขาอ้าปากจะพูดนั้น ก็มีเสียงประกาศดังด้านนอกประตูทางเข้า

 

“ท่านอ๋องคังเสด็จ !”

 

อ๋องคังกระนั้นรึ ?

 

ครานี้ทั้งหลานหยู ทั้งหนานกงอี้ถึงกับนิ่งอึ้ง ทั้งคู่ต่างประหลาดใจ กล่าวคำใดไม่ออก ต่างก็หันรีหันขวางเหลียวมองหาร่างของบุรุษที่แสนอันตรายผู้นั้น

 

อ๋องผู้นี้หยิ่งยโส อีกทั้งเหยียดหยามทุกผู้คน ไม่ว่าจะจัดงานเลี้ยงหรืองานพบปะสังสรรค์ใด ๆ อ๋องหนุ่มผู้นี้ก็ไม่เคยปรากฏตัว ไม่ว่าจะมีเทียบเชิญหรือไม่ก็ตาม  หลานหยูจึงจงใจลืมไม่ส่งเทียบเชิญงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ไปให้เขา

 

แต่แล้วจู่ ๆ เขากลับปรากฏตัวโดยไม่ได้รับเชิญ นี่หมายความอย่างไร ?

 

***จบตอน งานเลี้ยงอาหารค่ำ (6)***