ตอนที่ 17 ย้อนคืนกลับเช่นเดิม

บ่าวไพร่ทั่วเรือนเร่งฝีเท้าร่วมแรงช่วยกันดับเปลวเพลิง

 

ไม่เว้นกระทั่งสามสาวผู้อยู่ใกล้ชิดติดกายเฟิ่งฉู่เกอ…

 

หากทว่าเฟิ่งฉู่เกอกลับยังคงเอนกายพิงเตียงรอคอยด้วยความอดทน

 

เงาร่างสายหนึ่งพลันเคลื่อนผ่านทางด้านนอก

 

ความเคลื่อนไหวของคนผู้นั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงพริบตาเงาร่างสายนั้นก็ปรากฏขึ้นที่ขอบหน้าต่างพร้อมเสียบท่อน้อยเป่าควันสู่ด้านใน

 

เฟิ่งฉู่เกอยังคงนอนเอนกายพิงเตียงชมกระบวนการรมยาของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มกระจ่างสดใส ประหนึ่งเหยี่ยวเล็งแลเหยื่อ

 

“น่าขันสิ้นดี นี่คิดรมควันข้าด้วยยาชุดนี้กระนั้นหรือ ? หึหึ ข้าเลิกเล่นยารมควันชุดนี้มาได้สี่ปีแล้ว !!”

 

นางมิได้โต้ตอบแสดงปฏิกริยาโต้แย้งใด หากแต่กลับช่วยแสร้งหมดสติไปตามน้ำ

 

ผู้แอบแฝงกายอยู่ด้านนอกเข้าใจว่ายารมควันของตนออกฤทธิ์จึงรีบผลักประตูเข้ามาห่อรวบร่างของเฟิ่งฉู่เกอด้วยผ้าผืนใหญ่ ก่อนจะพาเหาะกลับไปยังสถานที่นัดหมาย…

 

ร่างของเฟิ่งฉู่เกอถูกจัดให้นอนเหยียดบนเก้าอี้ตัวยาวภายในห้องของเรือนใหญ่ตระกูลเฟิ่ง

 

เฟิ่งเฉียนเสวี่ยก้มลงมองผู้ที่หมดสติหลับใหลอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน

 

“เฟิ่งฉู่เกอเอ๋ย เฟิ่งฉู่เกอ… เห็นหรือไม่ ที่สุด เจ้าก็ต้องแต่งให้แก่ไอ้หน้าโง่นั่น เจ้ากระจ่างชัดหรือยัง ? คนไร้ค่า จะอย่างไรก็คือคนไร้ค่า… นอกจากเรื่องนี้ คนเยี่ยงเจ้า ยังจะมีคุณค่าใดอีก ?”

 

“ทว่า วางใจเถิด เฟิ่งฉู่เกอ ในวันนี้ ข้าจะช่วยส่งเสริมให้เจ้าได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ผ่านพ้นคืนวันเข้าหอ เจ้าจะพบตนเองนอนเกลือกกลั้วอยู่กับซากศพที่ไร้วิญญาณ เจ้าจะได้ครองคู่กับซากร่างของสามีเจ้า…”

 

เพียงจินตนาการถึงค่ำคืนอันหฤโหดที่กำลังรอเฟิ่งฉู่เกออยู่เบื้องหน้า เฟิ่งเฉียนเสวี่ยก็ยิ่งระรื่นเป็นสุขใจ

 

นางหันไปเปิดกล่องเครื่องสำอาง เพื่อเตรียมตบแต่งใบหน้าให้แก่อีกฝ่าย โดยมิได้ล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวของผู้แสร้งหลับใหลอยู่บนเก้าอี้แม้เพียงน้อย

 

เปลือกตาทั้งสองของเฟิ่งฉู่เกอขยับเปิดอย่างฉับพลัน อายแห่งความเย็นยะเยือกอันล้ำลึกแทรกซึมผ่านแววตาคู่นั้น

 

นางขยับลุกอย่างรวดเร็ว สันมือที่หนักหน่วงประดุจสันกระบี่กระแทกเข้าใส่เฟิ่งเฉียนเสวี่ย ส่งผลให้เฟิ่งเฉียนเสวี่ยลงไปนอนหลับใหลกองอยู่กับพื้น

 

ก่อนร่างบางของนางจะค่อย ๆ ขยับยืนเป็นเส้นตรง เฟิ่งฉู่เกอส่งสายตาสำรวจทั่วเรือนกายของสตรีผู้นอนกองอยู่กับพื้น พร้อมกับยกสองมือขึ้นปรบ—

 

“เฟิ่งเฉียนเสวี่ยแผนการนี้เจ้าสู้อุตส่าห์ตระเตรียมไว้ หากมิได้ลิ้มลองด้วยตนเองย่อมนับเป็นการทุ่มเทอันเสียเปล่ามิน้อย”

 

เฟิ่งฉู่เกอหยิบโอสถยัดใส่ปากเฟิ่งเฉียนเสวี่ย

 

ก่อนจะยกมือขึ้นปรบอีกครา—

 

จื่อหลานและปี้หลัวผลักบานประตูเข้ามาด้านใน

 

“พวกเจ้าทั้งสองช่วยแต่งหน้านางให้อย่าง…สุดฝีมือเถิด ทั้งจะยอดเยี่ยมมาก หากพวกเจ้าสามารถแต่งหน้าได้น่าสะพรึงกระทั่งเจ้าบ่าวตื่นผวาสิ้นใจด้วยความหวาดกลัวไปเสียเลย”

 

จื่อหลานและปี้หลัวต่างรีบกุลีกุจอเข้ามากระทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายด้วยความหรรษา คนหนึ่งช่วยผลัดเปลี่ยนสวมใส่ชุดเจ้าสาวให้แก่เฟิ่งเฉียนเสวี่ย ขณะอีกคนช่วยปัดแต่งเครื่องสำอาง

 

เพียงชั่วเผาธูปครึ่งก้าน ทุกสิ่งล้วนเสร็จสรรพ…

 

ครั้นจัดวางทุกสิ่งเรียบร้อย เฟิ่งฉู่เกอพร้อมด้วยผู้ติดตามทั้งสองจึงผละจากสถานที่แห่งนั้น เหลือทิ้งไว้เพียงสตรีร่างบางผู้นอนพาดอยู่บนเก้าอี้ไร้การขยับเคลื่อนไหวในชุดเจ้าสาวสีแดงสด

 

เช้าตรู่ยามรุ่งสาง เมื่อแสงตะวันเริ่มสาดต้องท้องนภา

 

เฟิ่งเฉาหยางพร้อมด้วยผู้ติดตามคนสนิทจึงเข้ามาอุ้มสตรีผู้หลับใหลมิได้สติในห้องขึ้นสู่เกี้ยวเจ้าสาว ตลอดการส่งตัวขึ้นเกี้ยว เขามิได้เหลียวมองใบหน้าภายใต้ผืนผ้าคลุมแม้เพียงน้อย

 

มิรู้ว่าแท้จริงเขาไม่ต้องการมอง หรือมิกล้าแลมอง

 

เขายังขยาดกลัวดวงหน้านั้น ยังคงฝังใจในการลงมืออันเหี้ยมโหดของเฟิ่งฉู่เกอ หากทว่าเมื่อหวนนึกถึงการล้างแค้นของตน นึกถึงสิ่งที่เฟิ่งฉู่เกอกำลังจะเผชิญเบื้องหน้า เฟิ่งเฉาหยางจึงสามารถคลี่ยิ้มออกมาได้

 

บุรุษในอาภรณ์สีแดงสด เข้ามารับเกี้ยวเจ้าสาวกลับสู่เรือนตระกูลอวิ๋น

 

เพียงเกี้ยวเจ้าสาวถูกแห่ออกพร้อมริ้วขบวนมงคล ท่านผู้นำตระกูลเฟิ่งพร้อมเหล่าบริวารต่างโห่ร้องแสดงความยินดี

 

ในวันนี้เฟิ่งเฉาหยางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

 

คำนวณจากเวลา ยามนี้เกี้ยวเจ้าสาวน่าจะถึงเรือนตระกูลอวิ๋นเรียบร้อยแล้ว

 

“วันนี้เป็นวันมลคลที่ตระกูลเฟิ่งได้ตบแต่งบุตรีให้เป็นฝั่งเป็นฝาแท้ ๆ  ทว่าน่าเสียดายยิ่งนักที่ข้าเอาแต่นอนหลับใหลไม่ยอมตื่นจึงไม่ทันได้เห็นช่วงเวลาสำคัญ”

 

เพียงเสียงใสกระจ่างดังขึ้นจากด้านหลัง รอยยิ้มที่เบิกบานบนใบหน้าของเฟิ่งเฉาหยางพลันแข็งค้างไปในทันที

 

***จบตอน ย้อนคืนกลับเช่นเดิม***

Novel
Novel