ตอนที่ 24 กลั่นแกล้งกันชัด ๆ

“ม่อชีชีกัดฟันปั้นเรื่องโกหก ระหว่างที่เสด็จอาเจ็ดเสด็จเยือนเจียงหนาน พระองค์ได้กำไลหยกที่งดงามติดพระหัตถ์กลับมาด้วย ฝ่าบาทเองก็ทรงทราบว่าหม่อมฉันชื่นชอบหยกมากเพียงใด ครั้นเสด็จอาเจ็ดทรงทราบว่าเมื่อราตรีที่ผ่านมาหม่อมฉันได้รับอนุญาตให้กลับไปเยือนจวนเจิ้นกว๋อกง พระองค์ก็ตามมาประทานกำไลหยกให้กับหม่อมฉัน ทว่าหม่อมฉันจะรับไว้ได้อย่างไรเพคะ เพราะข้อแรกเสด็จอาเจ็ดนับเป็นญาติผู้ใหญ่ของหม่อมฉัน หม่อมฉันผู้ซึ่งนับเป็นผู้เยาว์จะกล้ารับของกำนัลจากพระองค์ได้เช่นไร ข้อสอง หม่อมฉันเป็นถึงฮองเฮา หม่อมฉันจะรับของกำนัลจากผู้อื่นได้อย่างไร ? นี่อาจเรียกได้ว่าติดสินบน หม่อมฉันจะสู้พระพักตร์ฝ่าบาทได้อย่างไรเพคะ ?”

 

“เสด็จอาเจ็ดช่างมากด้วยน้ำพระทัย ยากนักที่ฮองเฮาจะคำนึงถึงหน้าของเรา เจ้าและเสด็จอาเจ็ดนั้นเรียกได้ว่าต่างกันคนละรุ่น (อา-หลาน) ทั้งฐานะก็ยังแตกต่างกัน คนหนึ่งคือผู้ปกครอง ส่วนอีกคนคือข้าราชสำนัก”

 

สุรเสียงของฮ่องเต้ยังคงเรียบเรื่อย นางไม่อาจจับความรู้สึกใด ๆ ของเขาได้ 

 

“ที่ฝ่าบาทรับสั่งมาถูกต้องแล้วเพคะ ! ไม่เพียงเท่านั้น เสด็จอาเจ็ดกับหม่อมฉันยังมีรสนิยมแตกต่างกัน กำไลหยกที่เสด็จอาเจ็ดทรงเลือกมานั้น หม่อมฉันเห็นแล้วก็ไม่ใคร่จะถูกใจนัก”

 

ขออภัยด้วย ท่านอ๋องชีเสียน แท้จริงแล้วพระองค์ทรงมีรสนิยมดีมากจริง ๆ ทว่าข้าก็ไม่กล้ากราบทูลต่อเบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท

 

“เมื่อวานนี้ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ ?” จวินเชียนเช่อเอ่ยถามด้วยอาการสงบเฉกเช่นเคย

 

สมองของม่อชีชีทำงานอย่างรวดเร็ว นางลอบคิด ในเมื่อเขาก็รู้แล้วว่าเมื่อว่านนี้ท่านอ๋องชีเสียนไปเยือนจวนเจิ้นกว๋อกง เขาจงใจจะหยั่งเชิงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ คงอยากจะรู้ว่านางรู้หรือไม่ว่าผู้ใดพยายามลอบสังหารนาง

 

“ฝ่าบาท พระองค์ไม่ทรงทราบหรอกว่าเมื่อราตรีที่ผ่านมาหม่อมฉันต้องผ่านประสบการณ์ใดมาบ้าง ภายหลังจากสนทนากับบิดามารดาอย่างมีความสุขแล้ว หม่อมฉันก็ต้องเผชิญหน้ากับการพยายามลอบสังหาร มันอันตรายมาก โชคดีที่หม่อมฉันอายุยืน เมื่อคืนนี้หม่อมฉันจึงยังคงรอดมาได้อย่างปลอดภัย”

 

จวินเชียนเช่อท่านมันไอ้กระจอก ท่านมันก็ไอ้พวกหน้าไหว้หลังหลอก

 

“ลอบสังหารกระนั้นรึ ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นฝีมือผู้ใด ?” จวินเชียนเช่อจ้องม่อชีชีด้วยสายตาคาดคะเน

 

สมองของม่อชีชีทำงานหนักขึ้น

 

“แม้หม่อมฉันจะไม่รู้ว่าผู้ใดพยายามสังหารหม่อมฉัน หากแต่หม่อมฉันก็คิดว่าผู้ที่ต้องสงสัยนั้น น่าจะเป็นผู้ที่ไม่ใคร่พอใจตระกูลม่อ บิดาของหม่อมฉันเพิ่งชนะศึกกลับมา หม่อมฉันก็ต้องมาเผชิญหน้ากับการลอบสังหาร บางทีอาจเป็นได้ว่ามือสังหารจะถูกส่งมาจากแคว้นข้าศึก พวกเขาคงโกรธที่บิดาของหม่อมฉันทำให้พวกเขาปราชัย เช่นนั้นพวกเขาจึงได้พยายามลอบสังหารหม่อมฉันเพื่อตัดสายสัมพันธ์ระหว่างบิดาของหม่อมฉันกับพระองค์ หากฮวาเฉินตกสู่ความโกลาหล ข้าศึกก็จะอาศัยความวุ่นวายภายในเข้าแทรกแซง เมื่อเป็นเช่นนั้น ภายในเราก็จะได้รับความเสียหาย ภายนอกเราก็ต้องเผชิญกับอันตราย ฝ่าบาท ที่หม่อมฉันวิเคราะห์มาทรงคิดเห็นเช่นไรเพคะ ?”

 

ข้าช่วยท่านปัดความผิดให้พ้นตัวเช่นนี้แล้ว ท่านน่าที่จะพอใจนะ !

 

จวินเชียนเช่อมองนางอย่างเยาะ ๆ “ฮองเฮาคิดมากไปแล้ว คงไม่ซับซ้อนถึงเพียงนั้น แคว้นของเราได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา มือลอบสังหารจากแคว้นศัตรูจะเข้า-ออกตามใจได้เยี่ยงไร ? บางทีมือลอบสังหารฮองเฮาในครั้งนี้ อาจเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ตัวเจ้าเอง ขอเพียงเจ้าพยายามมองทุกอย่างให้กระจ่าง เจ้าก็จะรู้ว่าคนผู้นั้นคือใคร ?”

 

ว้าว ! ตาบ้านี่เปิดไพ่หมดหน้าตักเลยงั้นรึ ? แน่นอนว่ายายทวดผู้นี้ ย่อมรู้ดีว่าคนใกล้ตัวน่ะคือใคร จะหาที่ใกล้มากไปกว่านี้ก็ไม่มีอีกแล้วแหละ

 

“แหะแหะ ฝ่าบาท หม่อมฉันโง่เขลานักเพคะ หม่อมฉันไม่รู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด !”

 

แม้ว่าข้าจะรู้ ข้าก็ไม่อาจป่าวประกาศได้อยู่ดี

 

จวินเชียนเช่อเหลียวมองอย่างเย็นชา “จากนี้ไปก็พยายามอยู่แต่ในวังหลวง”

 

ม่อชีชีลอบโล่งใจ นางแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน

 

“เพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าพระอาการประชวรก็ไม่ได้ร้ายแรงนัก เช่นนั้นหม่อมฉันควรทูลลาก่อน จะได้ไม่เป็นการรบกวนการพักผ่อนของพระองค์”

 

จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรมองนาง

 

ม่อชีชีก็จ้องตากลับ นางรอฟังคำอนุญาตจากเขา ในเมื่อเขาเองก็ได้ถามทุกสิ่งที่อยากรู้หมดแล้ว เช่นนั้นเขาก็ควรปล่อยนางกลับได้แล้วใช่มั้ย ?

 

ทว่าจวินเชียนเช่อกลับไม่มีความคิดเช่นนั้น

 

“จู่ ๆ เราก็รู้สึกหิวขึ้นมา ฮองเฮาเองก็ดูเหมือนจะอยู่ว่าง ๆ ไยเจ้าไม่ต้มโจ๊กให้เราชิมสักชามเล่า ?”

 

ม่อชีชีอยากจะกระโดดเข้าไปตบหน้าเขา โจ๊กงั้นรึ ? นี่เขาพยายามทำอะไร ? วังหลวงขาดแคลนพ่อครัวงั้นรึ ?

 

ทว่านางก็ทำได้เพียงฮึดฮัดอยู่ในใจเท่านั้น ทีท่าของนางยังต้องน้อมรับด้วยความเคารพ

 

“เพคะ ฝ่าบาท ในเมื่อพระองค์ปรารถนาที่จะเสวยโจ๊ก เช่นนั้นหม่อมฉันจะไปแจ้งพ่อครัวให้ต้มโจ๊กมาถวาย หากหม่อมฉันเข้าครัวปรุงเอง เกรงว่าฝ่าบาทอาจไม่ทรงโปรด”

 

“ฮองเฮารังเกียจที่จะต้มโจ๊กให้เรางั้นรึ ?”

 

สุรเสียงราบเรียบ ทว่าแท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยการข่มขู่คุกคาม

 

ม่อชีชีอยากจะเข้าไปดึงหูของเขาพร้อมกับตวาดแว้ดใส่

 

‘ใช่สิข้ารังเกียจ ! ข้าขยะแขยงที่จะทำอาหารให้ไอ้งั่งอย่างท่าน !’

 

ทว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องกล่าวตอบกลับไปว่า

 

“ไม่เพคะ ได้ต้มโจ๊กถวายพระองค์นับเป็นวาสนาของหม่อมฉันยิ่งแล้วเพคะ”

 

“เช่นนั้น ก็ต้องรบกวนฮองเฮาแล้ว ออกจากประตูนี้มีห้องเครื่องเล็ก ๆ บริเวณลานด้านหลัง”  จวินเชียนเช่อช่วยบอกทางให้แก่นาง

 

ม่อชีชีเก็บกลั้นความโกรธ เขาตอบแทนน้ำใจผู้คนด้วยการกดขี่ข่มเหง อ้า… หากนางรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ นางไม่มีวันมาพบเขา นี่มันแกล้งกันชัด ๆ !

 

ขณะเดียวกัน ที่พระตำหนักเฟิ่งหยาง ท่านอ๋องชีเสียนก็มารอเข้าเฝ้าฮองเฮา นางกำนัลแจ้งเขาว่าฮองเฮาเสด็จไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ อ๋องชีเสียนตัดสินพระทัยที่จะรอ ทว่าเวลาผ่านไปนานมาก ม่อชีชีก็ยังไม่กลับมา ที่สุดเขาจึงตัดใจยอมผละจากไป 

 

***จบตอน กลั่นแกล้งกันชัด ๆ***

Novel
Novel